เจาะลึก iPhone Duo จอพับ Apple ดีจริงไหม? เช็กสเปก ฟังก์ชันใหม่ ก่อนขายจริง

จากข่าวลือสู่ของจริงในปี 2026! iPhone Duo สมาร์ตโฟนพับได้รุ่นแรกจาก Apple พร้อมสร้างแรงกระเพื่อมครั้งใหญ่ด้วยการเปลี่ยน Form Factor ครั้งสำคัญของ iPhone ด้วยการรวมฟังก์ชันโทรศัพท์ใช้งานง่ายขนาด 5.4 นิ้ว เข้ากับจอใหญ่ 7.6 นิ้วเมื่อกางออก ขับเคลื่อนด้วยชิป A20 Pro และ iOS 27 ที่ออกแบบมาให้รองรับประสบการณ์บนหน้าจอพับโดยเฉพาะ

สำหรับประเทศไทย iPhone Duo เตรียมเปิดพรีออเดอร์ 16 ตุลาคม 2026 เวลา 19:00 น. และวางจำหน่ายจริง 23 ตุลาคม 2026 ในราคาเริ่มต้น 79,900 บาท เมื่อสมาร์ตโฟนเครื่องนี้กำลังจะกลายเป็นไอเทมชิ้นใหม่ การเตรียมฟิล์ม เลนส์ และเคสให้พร้อมปกป้องตั้งแต่วันแรกจึงสำคัญไม่แพ้กัน

iPhone Duo คืออะไร? นวัตกรรมจอพับเปลี่ยนโลกจาก Apple

iPhone Duo คือสมาร์ตโฟนพับได้รุ่นแรกของ Apple ที่เปิดตัวอย่างเป็นทางการไปเมื่อวันที่ 9 กันยายน 2026 ด้วยดีไซน์การพับสไตล์ Book-style ที่ผสานสองโหมดการใช้งานไว้ในเครื่องเดียวได้อย่างลงตัว  ไม่ว่าจะใช้งานผ่าน หน้าจอด้านนอก Super Retina XDR ขนาด 5.4 นิ้ว หรือกางออกพื้นที่ด้านในจะเปลี่ยนเป็นหน้าจอ Super Retina XDR แบบพับขนาด 7.6 นิ้ว 

นอกจากนี้ทั้งสองหน้าจอยังรองรับ ProMotion สูงสุด 120Hz, Always-On Display และความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 nits ทำให้ประสบการณ์ไม่ถูกแบ่งเป็น “จอหลัก” และ “จอรอง” ชัดเจนเกินไป แต่ถูกออกแบบให้สลับใช้ตามสถานการณ์ได้อย่างต่อเนื่อง เลยทำให้คำว่า “Duo” เป็นการบ่งบอกถึงคาแรกเตอร์ของ iPhone Duo ได้อย่างตรงจุด ตอบโจทย์ชีวิตแบบ Multi-tasking แบบสุด ๆ

ดีไซน์พับได้ของ iPhone Duo ต่างจาก iPhone ปกติยังไง

ความแตกต่างแรกที่สะดุดตาทันทีคือ Silhouette ใหม่ของตัวเครื่อง เวลาที่พับเก็บ iPhone Duo จะมาในทรงกะทัดรัด ถือจับง่ายกว่าสมาร์ตโฟนจอใหญ่แบบเดิม หน้าจอด้านนอกขนาด 5.4 นิ้วให้พื้นที่ใช้งานเกือบ 90% ของ iPhone 18 Pro ใช้งานมือเดียวได้คล่องตัว ส่วนเมื่อกางออกจะเปลี่ยนเป็นหน้าจอใหญ่ 7.6 นิ้ว ซึ่งใหญ่กว่า iPhone 18 Pro Max ถึงราว ๆ 50% พร้อมพื้นผิว Nano-texture ที่ช่วยลดแสงสะท้อน ทำให้จอใหญ่ใช้งานได้สบายตามากขึ้นในหลายสภาพแสง ขณะที่ในของด้านวัสดุ Apple เลือกใช้ ไทเทเนียมเกรด 5 พร้อมโครงสร้างบานพับที่ประกอบด้วยชิ้นส่วนมากกว่า 100 ชิ้น ฝาครอบบานพับผลิตด้วยเทคโนโลยี 3D Printing เสริมการปกป้องด้วย Ceramic Shield 2 ที่หน้าจอด้านนอก และ Ceramic Shield ด้านหลัง พร้อมมาตรฐานกันน้ำและฝุ่น IP68 อีกหนึ่งดีเทลที่เปลี่ยนไปจาก iPhone รุ่นปกติคือ Touch ID บนปุ่ม Power ด้านข้าง ช่วยให้ปลดล็อกหรือยืนยันตัวตนได้สะดวกในหลายท่าทาง ไม่ว่าจะถือแบบพับ กางจอ หรือวางเครื่องไว้บนโต๊ะ 

จอ 5.4 นิ้วตอนพับ กับ 7.6 นิ้วตอนกาง ใช้ต่างกันยังไง

เสน่ห์ที่แท้จริงของสมาร์ตโฟนหน้าจอพับ ไม่ใช่แค่การมีจอขนาดใหญ่ขึ้น แต่คือการเลือกประสบการณ์การใช้งาน ให้ลงล็อกกับแต่ละโมเมนต์ในชีวิต

  • Quick-use Mode (จอด้านนอก 5.4 นิ้ว): เหมาะกับช่วงที่ต้องการความรวดเร็ว เช่น ตอบข้อความ เปลี่ยนเพลง เช็ก Google Maps ดู Notification หรือสแกนจ่ายเงิน สามารถหยิบขึ้นมาใช้มือเดียวได้ทันทีโดยไม่ต้องกางเครื่องทุกครั้ง
  • Immersive Mode (จอด้านใน 7.6 นิ้ว): เมื่ออยากได้พื้นที่มากขึ้น เพียงกางเครื่องออกก็เปลี่ยนบรรยากาศได้ทันที ไม่ว่าจะดูซีรีส์ อ่านบทความ เช็กไฟล์ หรือเปิดสองแอปพร้อมกัน พื้นที่จอที่กว้างขึ้นช่วยจัด Content และข้อมูลให้เป็นสัดส่วนมากกว่าเดิม
  • Flagship Display: ทั้งสองหน้าจอยังรักษาประสบการณ์ระดับ Flagship ด้วย ProMotion 120Hz, Always-On Display และความสว่างกลางแจ้งสูงสุด 3,000 nits จึงสลับจากจอนอกไปจอในได้โดยไม่รู้สึกว่าคุณภาพการแสดงผลลดลง

นอกจากนี้ iOS 27 ยังเพิ่มความน่าสนใจให้กับการพับผ่านรูปแบบอย่าง Laptop Mode, Tent Mode รวมถึงการวางเครื่องสำหรับ FaceTime แบบ Hands-free ทำให้การพับ ไม่ใช่แค่วิธีเก็บเครื่อง แต่กลายเป็นอีกหนึ่งวิธีใช้สมาร์ตโฟนด้วย และสาย Content Creator ก็ได้ประโยชน์จากจุดนี้ เพราะสามารถตั้งเครื่องเพื่อถ่าย Self-timer, ถ่ายคลิป หรือ Video Call โดยไม่ต้องถือไว้ตลอดเวลา พูดง่าย ๆ คือ iPhone Duo ไม่ได้เพิ่มแค่ Screen Size แต่เพิ่ม รูปแบบการใช้งาน เข้ามาพร้อมกัน

A20 Pro ขุมพลังสำหรับ Multi-tasking บนจอใหญ่

iPhone Duo ใช้ชิป A20 Pro พร้อม CPU แบบ 6-core, GPU แบบ 7-core และ Dual 16-core Neural Engine เสริมด้วยระบบจัดการความร้อนเพื่อรองรับการทำงานต่อเนื่องบนหน้าจอขนาดใหญ่ ซึ่งประโยชน์ที่เห็นภาพที่สุดคือการทำ Multi-tasking เปิดหลายแอป เล่นเกม หรือใช้งานแอปสาย AI และ Content Creation ได้โดยไม่ต้องลดรูปแบบการใช้งานเพราะพื้นที่จอเพิ่มขึ้น 

จุดนี้ทำให้ iPhone Duo มีคาแรกเตอร์ของ Hybrid Device ชัดขึ้น ไม่ได้พยายามเป็น Tablet เต็มตัว แต่เพิ่มพื้นที่และความยืดหยุ่นให้สมาร์ตโฟนเครื่องเดียวทำงานได้หลากหลายขึ้น 

กล้อง Dual Fusion 48MP กับประสบการณ์ถ่ายภาพแบบสองจอ

iPhone Duo มาพร้อมระบบกล้อง Dual Fusion 48MP ประกอบด้วย Fusion Main 48MP และ Fusion Ultra Wide 48MP พร้อมระยะซูมคุณภาพระดับออปติคัล 2x แต่สิ่งที่น่าสนใจกว่าตัวเลข Megapixel คือการนำหน้าจอทั้งสองฝั่งมาใช้ร่วมกับกล้อง

  • Duo Preview เห็นเฟรมได้แบบ Real-time: สามารถเปิด Preview ของภาพบนหน้าจอด้านนอกได้ คนที่อยู่หน้ากล้องจึงมองเห็น Composition มุมกล้อง และท่าโพสของตัวเองระหว่างถ่าย เหมาะกับสาย OOTD, Travel, Street Style และ Content Creator ที่อยากเช็กเฟรมได้ทันที หมดปัญหาถ่ายเสร็จแล้วต้องมานั่งลบทิ้งเพื่อเช็กใหม่
  • ตั้งเครื่องถ่ายแบบ Hands-free ได้ง่ายขึ้น: รูปทรงพับได้ยังช่วยให้วางเครื่องได้หลายองศา ทั้งการพับครึ่ง ตั้งบนโต๊ะ หรือจัดมุมสำหรับ Self-timer และวิดีโอคอล 

นี่คือจุดที่ Form Factor แบบจอพับเข้ามาเปลี่ยน Workflow การถ่ายภาพและวิดีโอให้สมาร์ต ยืดหยุ่น และตอบโจทย์ Lifestyle ยุคใหม่ได้อย่างแท้จริง มากกว่าแค่การสร้าง Wow Factor ทางดีไซน์นั่นเอง

สิ่งที่ควรรู้ก่อนเปลี่ยนมาใช้ iPhone Duo

ก่อนตัดสินใจเปลี่ยนมาใช้ iPhone Duo ยังมีรายละเอียดบางอย่างที่ควรรู้ไว้ล่วงหน้า ดังนี้

  • น้ำหนักและขนาด: iPhone Duo มีน้ำหนัก 254 กรัม ตอนกางออกบาง 5.2 มม. และเมื่อพับมีความหนา 11.3 มม. คนที่ชอบ Smartphone บางเบาหรือเน้นการถือมือเดียวตลอดวัน อาจต้องลองสัมผัสเครื่องจริงก่อน เพื่อดูว่าน้ำหนักและสัดส่วนเข้ากับการใช้งานหรือไม่
  • รองรับ Dual eSIM: รุ่นนี้ตัดถาดซิมการ์ดออก และรองรับเฉพาะ Dual eSIM เท่านั้น สามารถเก็บโปรไฟล์ eSIM ในเครื่องได้หลายเบอร์ และเปิดสแตนด์บายใช้งานพร้อมกันได้สูงสุด 2 เบอร์ ดังนั้นแนะนำว่าให้เตรียมเช็กขั้นตอนการย้าย eSIM กับค่ายมือถือไว้ก่อนรับเครื่อง
  • มีให้เลือก 2 สี: iPhone Duo มาใน Night Sky และ Star White โดยสี Night Sky ให้โทนเข้ม สุขุม และดูทันสมัย ส่วน Star White ให้ลุคสะอาด เรียบง่าย และเข้ากับอุปกรณ์เสริมหรือการจัดโต๊ะทำงานได้ง่ายทั้งคู่

iPhone Duo ราคาเท่าไร? ขายไทยวันไหน? 

สำหรับประเทศไทย iPhone Duo จัดเต็มความจุมาให้เลือกถึง 4 รุ่น พร้อมวางจำหน่ายในราคาเรือธง

  • 256GB ราคา 79,900 บาท
  • 512GB ราคา 87,900 บาท
  • 1TB ราคา 103,900 บาท
  • 2TB ราคา 127,900 บาท

Apple เตรียมเปิดให้สั่งซื้อล่วงหน้าในวันที่ 16 ตุลาคม 2026 เวลา 19:00 น. และเริ่มวางจำหน่ายอย่างเป็นทางการในวันที่ 23 ตุลาคม 2026 

iPhone จอพับต้องดูแลต่างจากเดิมไหม? 

แม้ Apple จะออกแบบ iPhone Duo ด้วยวัสดุระดับเรือธง ทั้ง Titanium, Ceramic Shield 2 และมาตรฐานกันน้ำกันฝุ่น IP68 แต่การใช้งานจริงในชีวิตประจำวันยังมีจุดที่สัมผัสกับสิ่งรอบตัวอยู่เสมอ อย่างหน้าจอด้านนอกเป็นพื้นที่ที่ต้องสัมผัสบ่อย เลนส์กล้องมีโอกาสแตะกับพื้นผิวเวลาวางเครื่อง ส่วนเฟรมและมุมก็เป็นจุดที่รับแรงเมื่อเกิดการตกหล่น

ดังนั้นการดูแลสมาร์ตโฟนไม่ใช่แค่การใช้งานอย่างระมัดระวังทุกจังหวะ แต่คือ เลือกการปกป้องให้เหมาะกับรูปแบบการใช้ชีวิต เพื่อให้หยิบเครื่องมาใช้งานได้อย่างเต็มที่และสบายใจมากขึ้น และเพื่อความอุ่นใจในการใช้งานเต็มที่ พร้อมตอบโจทย์คนที่ไม่อยากเสียเวลาเลือกซื้อทีละชิ้น HI-SHIELD จึงจัดเตรียม Boxset สำหรับ iPhone Duo ออกมาดูแลครบจบในเซตเดียวตั้งแต่วันแรกมาให้แล้ว!

Link รูปภาพ

HI-SHIELD Boxset iPhone Duo เลือกการปกป้องให้เข้ากับสไตล์การใช้งาน

HI-SHIELD Boxset iPhone Duo รวมอุปกรณ์หลักสำหรับดูแลเครื่อง ทั้งกระจกกันรอยหน้าจอ กระจกเลนส์กล้อง และเคส โดยจัดตัวเลือกให้เหมาะกับทั้งรูปแบบการใช้งานและสไตล์ที่ต่างกัน แทนที่จะต้องเลือกสินค้าแต่ละชิ้นแยกกัน สามารถเลือก Boxset ตามความต้องการได้ตั้งแต่สายพรีเมียม สายเคสใส สายโทนเข้ม ไปจนถึงสายทำงานที่ต้องการเคสแบบมีขาตั้ง นอกจากนี้ทุกชุดยังมาพร้อม กระเป๋าโน้ตบุ๊กขนาด 13 นิ้ว เป็นของแถมให้อีกด้วย 

Boxset 12: Premium Protection พร้อมเคสใส โชว์ดีไซน์ตัวเครื่อง

Boxset 12 เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับการปกป้องหน้าจอเป็นพิเศษ แต่อยากคงสีและดีไซน์ของ iPhone Duo ไว้ให้เห็นชัดผ่านเคสใส โดยอุปกรณ์ในเซต มีดังนี้

  • ฟิล์มมือถือ 5X Titan Core AR Glass: ฟิล์มกระจกใสไร้ขอบดำระดับพรีเมียม ออกแบบให้แข็งแรงขึ้นและเกิดรอยขีดข่วนได้ยาก พร้อมช่วยซับแรงกระแทกเพื่อลดความเสี่ยงต่อหน้าจอ ฟิล์มกระจกใสไร้ขอบดำระดับพรีเมียม ออกแบบให้แข็งแรงขึ้นและเกิดรอยขีดข่วนได้ยาก พร้อมช่วยซับแรงกระแทกเพื่อลดความเสี่ยงต่อหน้าจอ ตัวกระจกมีความแข็งระดับ 9H ผ่านการทดสอบ Hardness ระดับ Mohs 6 และการขัดถูมากกว่า 20,000 ครั้ง พร้อม AR 2.0 Coating ที่ช่วยลดแสงสะท้อน โดยมีค่าการสะท้อนแสงเพียง 0.5% ลดการสะท้อนได้มากกว่า 88% และคงความคมชัดของหน้าจอได้ประมาณ 95 – 96% พื้นผิวยังเคลือบ Hydrophobic & Oleophobic ช่วยลดคราบน้ำ คราบมัน และรอยนิ้วมือ พร้อมให้สัมผัสลื่นขณะใช้งาน โดยฟิล์มรุ่นนี้มาพร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใหม่ 1 ครั้งเมื่อเกิดการแตกร้าวตามเงื่อนไขของแบรนด์
  • ฟิล์มกันเลนส์มือถือ Aluminum Camera Lens: ใช้ Aluminum Camera Lens ที่ผลิตจาก Corning Glass ความแข็งระดับ 9H พร้อมกรอบอะลูมิเนียมให้เลือกทั้งสีเงินและสีดำ เพื่อให้เข้ากับสีของตัวเครื่อง กระจกเลนส์ผ่านการทดสอบรอยขีดข่วน 8,000 ครั้ง รองรับแรงกดทับสูงสุด 100 KGF และมีอัตราการส่งผ่านแสง 98.5% ช่วยรักษาความคมชัดของภาพ พื้นผิวเคลือบ Electroplate ช่วยลดฝุ่น คราบน้ำ คราบมัน และรอยนิ้วมือ พร้อมเช็ดทำความสะอาดได้ง่าย
  • เคสมือถือ MagSafe Shield Case สี Clear: เคสใสเหมาะกับคนที่อยากโชว์สีของ iPhone Duo โดยยังได้การปกป้องรอบตัวเครื่อง ตัวเคสผลิตจาก Bayer TPU คุณภาพสูง เสริมมุมกันกระแทกและยกขอบทั้ง 4 มุม ช่วยลดการสัมผัสโดยตรงของหน้าจอและเลนส์กล้องกับพื้นผิว พร้อมแม่เหล็กสำหรับใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ MagSafe และเมื่อ Star White เมื่อจับคู่กับเคสใสจะได้ลุคสะอาดและเรียบ ส่วน Night Sky ยังคงโทนเข้มของตัวเครื่องได้อย่างชัดเจน

Boxset 13: Premium Protection พร้อมเคสดำ ลุคเรียบ เท่ 

Boxset 13 ให้การปกป้องใกล้เคียงกับ Boxset 12 แต่เปลี่ยนเป็นเคสสีดำ เหมาะกับคนที่ชอบภาพรวมเรียบ สุขุม และดูเข้มขึ้น โดยอุปกรณ์ในเซต มีดังนี้

  • ฟิล์มมือถือ 5X Titan Core AR Glass: มาพร้อม 5X Titan Core AR Glass เช่นเดียวกับ Boxset 12 ทั้งกระจกใสไร้ขอบดำ ความแข็งระดับ 9H และ AR 2.0 Coating สำหรับช่วยลดแสงสะท้อน
  • ฟิล์มกันเลนส์มือถือ Aluminum Camera Lens: ใช้ Aluminum Camera Lens กระจก Corning Glass ความแข็งระดับ 9H พร้อมกรอบอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีดำ ตัวเลนส์ออกแบบให้รักษาความคมชัดของภาพ พร้อมสารเคลือบที่ช่วยลดการเกาะของน้ำ ฝุ่น คราบมัน และรอยนิ้วมือ
  • เคสมือถือ MagSafe Shield Case สี Black: เคสสีดำช่วยเพิ่มคาแรกเตอร์ที่เรียบหรูและเท่ขึ้น โดยผลิตด้วยวัสดุ Bayer TPU เสริมมุมและขอบยกสำหรับช่วยปกป้องหน้าจอและชุดกล้อง รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ MagSafe และออกแบบให้จับกระชับมือ

Boxset 14: Everyday Protection พร้อมเคสใส

Boxset 14 เหมาะกับคนที่อยากได้อุปกรณ์ครบทั้งฟิล์ม เลนส์ และเคส แต่ไม่ได้เน้นที่ฟิล์มกันกระแทก แต่เน้นความง่ายในการใช้งานร่วมกับเคสเป็นหลัก โดยอุปกรณ์ในเซต มีดังนี้

  • ฟิล์มมือถือ กระจกใส 2.5D: ใช้กระจกใส 2.5D แบบไม่เต็มจอ ความหนา 0.33 มม. ความแข็งระดับ 9H ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากการใช้งานทั่วไป จุดเด่นคือดีไซน์แบบไม่เต็มจอที่เว้นพื้นที่บริเวณขอบ ทำให้ใช้งานคู่กับเคสได้สะดวกและลดโอกาสที่เคสจะดันกระจก พื้นผิวเคลือบ Hydrophobic & Oleophobic ช่วยลดคราบมันและรอยนิ้วมือ พร้อมให้สัมผัสลื่นขณะทัชหน้าจอ
  • ฟิล์มกันเลนส์มือถือ Aluminum Camera Lens: มาพร้อม Aluminum Camera Lens เช่นเดียวกับ Boxset รุ่นก่อนหน้า โดยผลิตจาก Corning Glass ความแข็งระดับ 9H พร้อมกรอบอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีดำ ช่วยลดโอกาสเกิดรอยบนเลนส์ พร้อมรักษาความใสสำหรับการถ่ายภาพในชีวิตประจำวัน
  • เคสมือถือ MagSafe Shield Case สี Clear: เคสใสช่วยรักษาสีและดีไซน์เดิมของ iPhone Duo ไว้ พร้อมมุมเสริมกันกระแทกและขอบยกบริเวณหน้าจอและกล้อง รองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ MagSafe และเหมาะกับคนที่ชอบเปลี่ยนลุคด้วยอุปกรณ์เสริมโดยไม่อยากให้เคสกลบสีเครื่อง

Boxset 15: Everyday Protection พร้อมเคสดำ

Boxset 15 คล้ายกับ Boxset 15 แต่เหมาะกับคนที่ต้องการ Everyday Protection แบบครบชุดในงบที่เข้าถึงง่าย แต่ชอบเคสโทนเข้มมากกว่าเคสใส โดยอุปกรณ์ในเซต มีดังนี้

  • ฟิล์มมือถือ กระจกใส 2.5D: ใช้กระจกใส 2.5D กระจกหนา 0.33 มม. ความแข็งระดับ 9H พร้อมดีไซน์แบบไม่เต็มจอที่ใช้งานร่วมกับเคสได้ง่าย เคลือบ Hydrophobic & Oleophobic ช่วยลดคราบมันและรอยนิ้วมือ เหมาะกับการใช้งานทั่วไปในชีวิตประจำวัน
  • ฟิล์มกันเลนส์มือถือ Aluminum Camera Lens: ใช้ Corning Glass ความแข็งระดับ 9H พร้อมกรอบอะลูมิเนียมให้เลือกตามสีของตัวเครื่อง ช่วยปกป้องชุดกล้องโดยไม่ทำให้ภาพรวมด้านหลังดูขัดกับดีไซน์
  • เคสมือถือ MagSafe Shield Case สี Black: เคสสีดำช่วยให้ลุคเรียบและสุขุม พร้อมมุมเสริมกันกระแทก ขอบยกช่วยลดการสัมผัสของหน้าจอและกล้องกับพื้นผิว และรองรับ MagSafe เหมาะกับ Night Sky สำหรับลุคโทนเข้ม หรือจับคู่กับ Star White เพื่อเพิ่มความตัดกันให้ตัวเครื่อง

Boxset 16: Premium Protection พร้อม Stand Case สำหรับสายทำงานและดูคอนเทนต์

Boxset 16 เป็นชุดที่เพิ่มฟังก์ชันให้มากกว่าการปกป้อง เหมาะกับคนที่ตั้งใจใช้ประโยชน์จากหน้าจอขนาดใหญ่ของ iPhone Duo สำหรับทำงาน วิดีโอคอล หรือดูคอนเทนต์เป็นประจำ โดยอุปกรณ์ในเซต มีดังนี้

  • ฟิล์มมือถือ 5X Titan Core AR Glass: ใช้ฟิล์มมือถือ รุ่นเดียวกับ Boxset 12 และ 13 มาพร้อมกระจกใสไร้ขอบดำ ความแข็งระดับ 9H และ AR 2.0 Coating ที่ช่วยลดแสงสะท้อน เคลือบ Hydrophobic & Oleophobic ช่วยลดคราบมันและรอยนิ้วมือ พร้อมสิทธิ์เปลี่ยนใหม่ 1 ครั้งเมื่อเกิดการแตกร้าวตามเงื่อนไขของแบรนด์ จึงเหมาะกับคนที่ต้องการทั้งความแข็งแรงและรักษาความคมชัดของหน้าจอเป็นหลัก
  • ฟิล์มกันเลนส์มือถือ Aluminum Camera Lens: มาพร้อม Corning Glass ความแข็งระดับ 9H และกรอบอะลูมิเนียมสีเงินหรือสีดำ ช่วยลดความเสี่ยงจากรอยขีดข่วนและการสัมผัสพื้นผิว พร้อม Electroplate Coating ที่ช่วยลดคราบน้ำ ฝุ่น และรอยนิ้วมือ เหมาะกับคนที่ใช้กล้องและ Duo Preview บ่อย
  • เคสมือถือ MagSafe Shield Stand Case: จุดเด่นของ Boxset 16 คือ MagSafe Shield Stand Case สี Black ที่มาพร้อมขาตั้งแบบพับได้และหมุนได้ 360 องศา สามารถวางโทรศัพท์ได้ทั้งแนวตั้งและแนวนอน เหมาะกับการวิดีโอคอล ดูซีรีส์ เปิดข้อมูลระหว่างทำงาน หรือวาง iPhone Duo เป็นหน้าจอเสริมบนโต๊ะ โดยไม่ต้องพกขาตั้งแยก นอกจากนี้ตัวเคสยังเสริมมุมกันกระแทกและขอบยกบริเวณกล้องและหน้าจอ พร้อมรองรับการใช้งานร่วมกับอุปกรณ์ MagSafe อีกด้วย

จะเห็นได้ว่า ทั้ง 5 Boxset มีความแตกต่างของแต่ละชุดด้วยกัน 3 เรื่องหลัก ได้แก่ ระดับของฟิล์มหน้าจอ รูปแบบของเคส และลักษณะการใช้งาน ทำให้เลือกได้ง่ายขึ้นว่าชุดไหนเข้ากับ iPhone Duo และไลฟ์สไตล์ของตัวเองมากที่สุด

สรุปแล้ว iPhone Duo เหมาะกับใคร?

iPhone Duo เหมาะกับคนที่ต้องการพื้นที่หน้าจอมากขึ้น แต่ยังอยากคงความคล่องตัวของสมาร์ตโฟนไว้ในอุปกรณ์เครื่องเดียว เช่น สายทำงานหลายแอปได้พื้นที่เพิ่มขึ้น สายดูคอนเทนต์ได้ประโยชน์จากจอใหญ่ ส่วน Creator ได้ทั้ง Duo Preview และรูปทรงที่สามารถตั้งใช้งานได้หลายแบบ ขณะที่คนที่ให้ความสำคัญกับดีไซน์ก็ได้สมาร์ตโฟนรูปแบบใหม่ที่ต่างจาก iPhone รุ่นเดิมอย่างชัดเจน 

ในอีกด้าน น้ำหนัก 254 กรัมและความหนา 11.3 มม. ตอนพับ อาจไม่ตอบโจทย์คนที่ชอบสมาร์ตโฟนบางเบาทุกคน การลองสัมผัสเครื่องจริงก่อนตัดสินใจจึงยังเป็นเรื่องสำคัญ ดังนั้นคำถามก่อนซื้อจึงอาจไม่ใช่เพียง “iPhone Duo ล้ำแค่ไหน” แต่คือ “รูปแบบจอพับเข้ากับวิธีใช้สมาร์ตโฟนของเราหรือไม่” ถ้าคำตอบคือใช่ การเตรียมเครื่องให้พร้อมตั้งแต่วันแรกก็ช่วยให้ใช้ประโยชน์จากรูปแบบใหม่นี้ได้เต็มที่มากขึ้น ซึ่ง HI-SHIELD Boxset iPhone Duo ถือเป็นตัวช่วยสุดสมาร์ตที่พร้อมดูแลทั้งฟิล์มหน้าจอ ฟิล์มเลนส์กล้อง และเคส ครบจบในเซตเดียว โดยสามารถเลือกสไตล์ให้แมทช์กับ Lifestyle การใช้งานของตัวเองได้อย่างลงตัวตั้งแต่วินาทีแรกที่แกะกล่อง