Blog
มือถือจอพับติดฟิล์มได้ไหม? เข้าใจจอนอก-จอใน เลือกฟิล์ม HI-SHIELD ให้ Match ทุกการใช้งาน
บางครั้งการตกหลุมรัก Gadget เครื่องใหม่ อาจไม่ได้เริ่มจากสเปกที่แรงกว่าเดิม แต่อยู่ที่ความรู้สึกว่าโทรศัพท์เครื่องนี้ “พอดี” กับชีวิตมากขึ้น ทั้งรุ่น Flip ที่พับให้กะทัดรัด Match กับกระเป๋าใบโปรดได้แบบไม่กินพื้นที่ และรุ่น Fold ที่กางออกมาเป็นหน้าจอไซซ์ใหญ่ พร้อมเปลี่ยนจากสมาร์ตโฟนคู่ใจให้กลายเป็นพื้นที่สำหรับทำงาน ดูคอนเทนต์ และ Multitasking ได้ภายในไม่กี่วินาที หลังการเปิดตัวมือถือจอพับรุ่นใหม่ จึงทำให้ใครหลายคนเริ่ม “ตกหลุมจอพับ” มากขึ้น เพราะไม่ว่าจะชอบไซซ์เล็กที่คล่องตัวหรือไซซ์ใหญ่ที่เต็มตา ก็เลือกความพอดีให้เข้ากับทุกจังหวะชีวิตได้ในเครื่องเดียว แต่ก่อนพามือถือจอพับเครื่องใหม่ออกไปใช้ในทุกโมเมนต์ ยังมีอีกหนึ่งเรื่องที่ควรรู้ตั้งแต่วันแกะกล่อง เพราะสมาร์ตโฟนจอพับหนึ่งเครื่องมีทั้ง จอนอก ที่พร้อมรับทุกการหยิบใช้ระหว่างวัน และ จอใน ที่ต้องยืดหยุ่นตามทุกจังหวะพับ–กาง การเลือกฟิล์มจึงไม่สามารถใช้สูตรเดียวกับมือถือทั่วไปได้ แล้วมือถือจอพับติดฟิล์มได้ไหม จอส่วนไหนติดกระจกได้ และควรเลือกแบบใดให้ Match กับการใช้งาน? บทความนี้จะพาไปทำความเข้าใจความต่างของแต่ละหน้าจอ พร้อมเลือกฟิล์ม HI-SHIELD ทั้ง 2.5D Triple Strong AR Glass, 2.5D HD Clear และ 3D Privacy Glass ให้ตรงกับไลฟ์สไตล์ เพื่อให้ทุกการพับ กาง ปัด และแตะ พร้อมใช้งานได้อย่างมั่นใจตั้งแต่วันแรก

จอพับคืออะไร? ทำไมถึงกลายเป็น Gadget ที่หลายคนอยากมี
Foldable Phone หรือมือถือจอพับ คือสมาร์ตโฟนที่ออกแบบให้หน้าจอสามารถพับและกางไปตามกลไกของตัวเครื่องได้ โดยจอด้านในใช้โครงสร้างที่บางและยืดหยุ่นกว่าหน้าจอสมาร์ตโฟนทั่วไป เพื่อรองรับการพับซ้ำในชีวิตประจำวัน เมื่อพับเครื่องจะได้ขนาดที่กะทัดรัดและคล่องตัวขึ้น แต่เมื่อกางออกก็จะมีพื้นที่หน้าจอเพิ่มสำหรับดูหนัง เล่นเกม อ่านเอกสาร หรือเปิดหลายแอปพร้อมกัน
จุดน่าสนใจของมือถือจอพับจึงไม่ได้อยู่แค่ภาพลักษณ์ที่ดูล้ำ แต่คือการเปิดโอกาสให้ผู้ใช้เลือก “ขนาดของประสบการณ์” ได้ตามสถานการณ์ ช่วงที่ต้องการความรวดเร็วก็หยิบจอนอกขึ้นมาเช็กข้อความ เปิดเพลง หรือดูแผนที่ได้ทันที ส่วนเวลาที่อยากเห็นข้อมูลเต็มตาหรือต้องการพื้นที่ทำงานมากขึ้น เพียงกางเครื่องก็พร้อมเข้าสู่โหมดจอใหญ่ โดยไม่ต้องเปลี่ยนไปใช้อุปกรณ์อีกชิ้น
มือถือจอพับที่หลายคนคุ้นเคยแบ่งออกเป็น 2 รูปแบบหลัก ซึ่งมีคาแรกเตอร์และจังหวะการใช้งานต่างกันอย่างชัดเจน
Flip พับเล็ก พกคล่อง พร้อม Match กับทุกลุค
มือถือจอพับแบบ Flip จะพับจากบนลงล่าง คล้ายตลับแป้งหรือกระจกพกพา เมื่อพับแล้วมีขนาดกะทัดรัด จัดเก็บในกระเป๋าใบเล็กหรือกระเป๋ากางเกงได้สะดวก เหมาะกับคนที่ให้ความสำคัญกับความคล่องตัว พร้อมมองหาสมาร์ตโฟนที่มีดีไซน์โดดเด่นและเข้ากับสไตล์การแต่งตัวได้ง่าย
หลายรุ่นมาพร้อมจอนอกสำหรับเช็กเวลา ดู Notification ควบคุมเพลง ตอบข้อความ หรือใช้เป็นหน้าจอ Preview ขณะถ่ายภาพ โดยไม่จำเป็นต้องกางเครื่องทุกครั้ง ช่วยให้การใช้งานในช่วงเร่งรีบรวดเร็วขึ้น ขณะเดียวกันยังสามารถพับตั้งเครื่องในองศาต่าง ๆ เพื่อถ่ายรูป วิดีโอคอล หรือสร้างคอนเทนต์แบบ Hands-free ได้โดยไม่ต้องพกขาตั้งเสริม
Fold กางเต็มพื้นที่ พร้อมรับทั้งงานและความบันเทิง
ส่วนมือถือจอพับแบบ Fold จะพับจากด้านข้างคล้ายหนังสือ ขณะพับสามารถใช้งานผ่านจอนอกได้เหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป แต่เมื่อกางออกจะได้หน้าจอขนาดใหญ่ใกล้เคียงแท็บเล็ตขนาดเล็ก
พื้นที่หน้าจอที่เพิ่มขึ้นเหมาะกับคนที่ชอบดูคอนเทนต์แบบเต็มตา อ่าน E-book เปิดเอกสาร หรือใช้งานหลายแอปพร้อมกัน ไม่ว่าจะประชุมออนไลน์พร้อมจดโน้ต เช็กอีเมลควบคู่กับดูตารางงาน หรือเปิดข้อมูลหลายหน้าต่างในครั้งเดียว ก็จัดการได้สะดวกขึ้นโดยไม่ต้องสลับแอปไปมาตลอดเวลา
ไม่ว่าจะเป็น Flip ที่เน้นความกะทัดรัด หรือ Fold ที่เน้นพื้นที่ใช้งาน จุดร่วมสำคัญคือ มือถือจอพับหนึ่งเครื่องมีหน้าจอมากกว่าหนึ่งส่วน ทั้งจอนอกที่ถูกหยิบมาใช้งานระหว่างวัน และจอในที่ต้องรองรับการพับ–กาง จึงเป็นจุดเริ่มต้นของคำถามที่ผู้ใช้หลายคนสงสัยว่า แต่ละหน้าจอติดฟิล์มได้เหมือนกันหรือไม่

จอนอก Vs จอใน ต่างกันตรงไหน ทำไมถึงสำคัญกับการติดฟิล์ม
ก่อนจะเลือกฟิล์มจากความใส ความแข็งแรง หรือฟังก์ชันเสริม ต้องแยกให้ชัดก่อนว่า กำลังเลือกให้ จอนอก หรือ จอใน เพราะสองหน้าจอนี้มีหน้าที่ วัสดุ และระดับความยืดหยุ่นต่างกัน
จอนอก หรือ Cover Screen
จอนอกคือหน้าจอที่อยู่ด้านนอกตัวเครื่องเมื่อพับปิด สำหรับรุ่น Flip จอนอกอาจมีขนาดกะทัดรัดและเน้นใช้งานแบบรวดเร็ว ส่วนจอนอกของ Fold มีขนาดใกล้เคียงหน้าจอมือถือทั่วไป สามารถใช้โทร ส่งข้อความ เล่นโซเชียล หรือเปิดแอปต่าง ๆ ได้เต็มรูปแบบ พื้นผิวของจอนอกมีลักษณะเป็นกระจกแข็ง จึงสามารถติดฟิล์มกระจกนิรภัยที่ออกแบบมาตรงรุ่นได้เหมือนสมาร์ตโฟนทั่วไป ผู้ใช้สามารถเลือกคุณสมบัติของฟิล์มให้เข้ากับพฤติกรรมได้ ทั้งแบบลดแสงสะท้อน แบบใสคมชัด หรือแบบช่วยลดการมองเห็นจากด้านข้าง
จอนอกยังเป็นส่วนที่สัมผัสกับสภาพแวดล้อมโดยตรงมากที่สุด ทุกครั้งที่หยิบโทรศัพท์ออกจากกระเป๋า วางเครื่องบนโต๊ะ หรือพกไว้รวมกับสิ่งของอื่น หน้าจอมีโอกาสเจอกับฝุ่น ซิป เหรียญ กุญแจ และรอยเสียดสีโดยไม่ทันสังเกต โดยเฉพาะมือถือ Flip ที่อาจถูกวางคว่ำเพื่อโชว์สีหรือดีไซน์ของฝาหลัง และมือถือ Fold ที่จอนอกถูกใช้เป็นหน้าจอหลักระหว่างเดินทาง จึงพูดได้ว่า หากต้องการเสริมการปกป้องด้วยฟิล์มกระจก จอนอกคือจุดที่ควรให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก
จอใน หรือ Main / Foldable Display
จอใน คือหน้าจอหลักที่กางออกมาแล้วได้พื้นที่แสดงผลขนาดใหญ่ จุดเด่นคือสามารถพับตามบานพับของตัวเครื่องได้ จึงต้องใช้โครงสร้างที่ยืดหยุ่นกว่าจอนอก บริเวณด้านบนของจอในจะมีชั้นฟิล์มปกป้องที่ออกแบบมาสำหรับหน้าจอพับโดยเฉพาะ ไม่ใช่กระจกนิรภัยแข็งแบบที่ใช้กับจอนอก โดยออกแบบให้รองรับการพับ–กางและช่วยปกป้องหน้าจอจากรอยกับเศษฝุ่น นอกจากนี้ จอด้านในยังต้องระวังแรงกดจากวัตถุแข็งหรือของมีคมมากกว่าจอนอก เช่น การกดด้วยเล็บ ปากกา หรือสิ่งของที่ติดค้างอยู่ระหว่างหน้าจอก่อนพับเครื่อง เพราะอาจทำให้ผิวหน้าจอเกิดรอยหรือเสียหายได้
เปรียบเทียบจอนอกและจอในแบบเข้าใจง่าย
| หัวข้อ | จอนอก (Cover Screen) | จอใน (Main / Foldable Display) |
| ตำแหน่งหน้าจอ | อยู่ด้านนอกของตัวเครื่องเมื่อพับปิด | อยู่ด้านในของตัวเครื่อง ต้องกางออกถึงจะใช้งาน |
| หน้าที่หลัก | ใช้งานรวดเร็วระหว่างวัน เช่น เช็กเวลา ดูแจ้งเตือน ตอบแชท ถ่ายรูป | ใช้งานเต็มรูปแบบ เช่น ดูคอนเทนต์ ทำงาน เปิดหลายแอปพร้อมกัน |
| ลักษณะวัสดุ | พื้นผิวเป็นกระจกแข็ง คล้ายสมาร์ตโฟนทั่วไป | พื้นผิวมีความยืดหยุ่น รองรับการพับ–กาง |
| ความทนทานต่อการใช้งาน | ทนต่อการใช้งานทั่วไปได้มากกว่า | ต้องระวังมากกว่า เพราะไวต่อแรงกดและของมีคม |
| การสัมผัสสภาพแวดล้อม | เจอฝุ่น ซิป เหรียญ กุญแจ และพื้นผิวโต๊ะบ่อย | อยู่ด้านในเมื่อพับเก็บ จึงเจอสิ่งภายนอกน้อยกว่า |
| รูปแบบการปกป้องที่เหมาะ | ติดฟิล์มกระจกนิรภัยได้ | ควรใช้ฟิล์มเฉพาะสำหรับหน้าจอพับเท่านั้น |
| สามารถติดกระจกเพิ่มได้ไหม | ได้ เลือกตามรุ่นและการใช้งาน | ไม่ควร ติดกระจกแข็งเพิ่มทับ |
| ความเสี่ยงหลัก | รอยขีดข่วน รอยเสียดสี และแรงกระแทกจากการใช้งานประจำวัน | รอยจากเล็บ ปากกา หรือแรงกดบริเวณรอยพับ |
| การดูแลรักษา | เลือกฟิล์มให้ตรงรุ่น และเปลี่ยนได้ตามปกติ | ไม่ควรลอกฟิล์มเดิมเอง หากมีปัญหาควรให้ศูนย์บริการตรวจสอบ |
| สิ่งที่ควรโฟกัสตอนเลือกฟิล์ม | ความแข็งแรง ความใส ลดแสงสะท้อน หรือกันมองข้าง | ความยืดหยุ่นและความเข้ากันได้กับหน้าจอพับ |
ความแตกต่างระหว่าง จอนอกและจอใน ไม่ได้มีแค่เรื่องตำแหน่งหรือขนาด แต่รวมถึงโครงสร้างและวัสดุที่ใช้ด้วย โดยจอนอกมีพื้นผิวแข็งใกล้เคียงสมาร์ตโฟนทั่วไป จึงสามารถติดกระจกกันรอยที่ออกแบบมาตรงรุ่นได้ ขณะที่จอในต้องยืดหยุ่นตามการพับ–กาง จึงควรใช้เฉพาะฟิล์มสำหรับหน้าจอพับและปฏิบัติตามคำแนะนำของผู้ผลิต การแยกหน้าที่ของทั้งสองจอให้ชัดก่อนเลือกฟิล์ม จึงช่วยลดความเสี่ยงจากการติดผิดประเภท พร้อมทำให้การปกป้องหน้าจอไม่รบกวนการสัมผัส การพับ–กาง และประสบการณ์ใช้งานในแต่ละวัน

มือถือจอพับติดฟิล์มได้ไหม คำตอบที่ต้องรู้ก่อนตัดสินใจซื้อ
สำหรับคำถามโลกแตกที่ว่า “มือถือจอพับติดฟิล์มได้ไหม?” คำตอบแบบฟันธงเลยคือ “ติดได้แน่นอน แต่ต้องเลือกให้ถูกส่วน!” โดยแบ่งคำแนะนำออกเป็น 2 ส่วนชัดเจน ดังนี้
- จอนอก (Cover Screen): ติดกระจกกันรอยเพิ่มได้ 100%! ส่วนนี้แนะนำเลยว่า “ควรติดตั้งแต่วันแรกที่แกะกล่อง” เพราะจอนอกเป็นกระจกโครงสร้างปกติ การติดกระจกกันรอยระดับพรีเมียมจะช่วยปกป้องหน้าจอแท้จากการตกกระแทก รอยขีดข่วนจากกุญแจ เหรียญ หรือสิ่งของในกระเป๋าได้อย่างคุ้มค่า ช่วยรักษาความใหม่และเพิ่มความสบายใจในทุกครั้งที่หยิบออกมาใช้งาน
- จอใน (Main Screen): ไม่ควรลอกฟิล์มเดิมหรือติดกระจกแข็งทับ เนื่องจากจอในต้องพับเข้าและกางออกอยู่ตลอดเวลา หากนำกระจกนิรภัยที่มีความหนาและแข็งไปติดทับ แรงกดขณะพับอาจส่งผลให้หน้าจอภายในแตกหรือกลไกบานพับเสียหายได้ทันที หากใช้ไปนาน ๆ แล้วฟิล์มจอในจากโรงงานเริ่มลอก มีฟองอากาศ หรือเป็นรอย วิธีที่ดีที่สุดคือการนำเครื่องเข้าศูนย์บริการเพื่อให้ช่างผู้เชี่ยวชาญเปลี่ยนฟิล์มเฉพาะทางให้เท่านั้น
สรุปง่าย ๆ คือ จอนอกเสริมกระจกกันรอยได้ตามสไตล์ ส่วนจอในต้องใช้ฟิล์มยืดหยุ่นสำหรับหน้าจอพับโดยเฉพาะ ก่อนเลือกซื้อจึงควรเช็กทั้งรุ่นของเครื่อง ตำแหน่งที่ต้องการติด และลักษณะการใช้งาน เพื่อให้ฟิล์มช่วยเสริมการปกป้องโดยไม่รบกวนการพับ–กางนั่นเอง
เกณฑ์เลือกฟิล์มมือถือจอพับ 2 สไตล์
การเลือกรุ่นมือถือจอพับสะท้อนถึงสไตล์และรูปแบบการใช้งานที่ต่างกัน การเลือกฟิล์มสำหรับจอนอกจึงควรตอบโจทย์พฤติกรรมของผู้ใช้ Flip และ Fold ด้วยเช่นกัน
1. สาย Flip (สไตล์คล่องตัว ชิค และเน้นงานกล้อง)
สาย Flip มักเน้นความพกพาสะดวก ชอบตั้งวางเครื่องเพื่อถ่ายรูป พรีวิวรูปผ่านจอนอก หรือไถฟีดโซเชียลแบบรวดเร็ว จอนอกของสาย Flip จึงเจอกับแสงสะท้อนและสัมผัสจากนิ้วมือบ่อยที่สุด
สเปกฟิล์มที่ตอบโจทย์: ควรเลือกฟิล์มหรือกระจกกันรอยที่มีเทคโนโลยีตัดแสงสะท้อน (Anti-Reflection) เพื่อให้มองเห็นหน้าจอพรีวิวรูปชัดเจนแม้ตั้งถ่ายกลางแดด และต้องมีความทนทานต่อรอยขีดข่วนสูง เพื่อรองรับการตั้งวางเครื่องบนพื้นผิวต่าง ๆ
2. สาย Fold (สไตล์โปรดักทีฟ ทำงาน และเสพคอนเทนต์เต็มขั้น)
สาย Fold มักใช้จอนอกในการพิมพ์ข้อความยาว ๆ อ่านอีเมล หรือตรวจเช็กข้อมูลสำคัญขณะเดินทาง และใช้จอในเมื่อต้องการกางออกเพื่อทำงานหรือดูความบันเทิง
สเปกฟิล์มที่ตอบโจทย์: หากเน้นการทำงานในพื้นที่สาธารณะ ฟิล์มที่ให้ความเป็นส่วนตัว (Privacy) จะช่วยปกป้องข้อมูลสำคัญจากสายตาคนรอบข้างได้ดี หรือหากเน้นการอ่านเอกสารและดูซีรีส์ ฟิล์มกระจกใสแบบ HD Clear ที่ให้ความคมชัดสูงและทัชลื่นไหลจะช่วยให้การทำงานและเสพคอนเทนต์เป็นไปอย่างสมูทที่สุด
ไม่ว่าจะเป็น Flip หรือ Fold ก่อนตัดสินใจลองถามตัวเองว่า หนึ่งวันเจอปัญหาอะไรกับหน้าจอบ่อยที่สุด เพราะคำตอบจะช่วยเลือกฟิล์มได้ตรงกว่าเลือกจากคำว่า “แข็งแรง” เพียงอย่างเดียว

เลือกฟิล์ม HI-SHIELD แบบไหน Match กับการใช้งานของคุณ?
เมื่อรู้แล้วว่าจอนอกคือบริเวณที่สามารถติดกระจกได้ ขั้นต่อไปคือเลือกฟังก์ชันให้เข้ากับพฤติกรรมจริง โดย HI-SHIELD มีตัวเลือกหลักสำหรับสายจอพับทั้ง 2.5D Triple Strong AR Glass, HD Clear กระจกใส และ Privacy Glass
HI-SHIELD 2.5D Triple Strong AR Glass ฟิล์มกระจกสายลุย สายเดินทาง
เคยหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากลางแจ้งแล้วต้องเอียงจอไปมา หรือเร่งความสว่างเพื่ออ่านข้อความไหม? HI-SHIELD 2.5D Triple Strong AR Glass พร้อมตอบโจทย์ปัญหาเหล่านั้นแน่นอน
- กระจก Asahi Glass ความแข็งแรงระดับ 9H: ผลิตจากกระจก Asahi Glass จากปรัเทศญี่ปุ่น ผ่านการทดสอบการขีดข่วนบนผิวกระจกมากกว่า 20,000 ครั้ง
- AR (Anti-Reflection) Coating: ช่วยลดแสงสะท้อนบนผิวกระจก เพิ่มความคมชัดของการแสดงผลมากกว่า 95-ตุ% มองเห็นหน้าจอได้ชัดเจนแม้อยู่กลางแดด เหมาะสำหรับการขับขี่ การเดินทาง หรือใช้เป็นจอ Preview ถ่ายรูป
- Triple Strong Protection: ป้องกันแรงกระแทกได้มากกว่ากระจกทั่วไปถึง 3 เท่า
- Electroplated Oleophobic Coating: เคลือบผิวด้วยกระบวนการไฟฟ้า มอบสัมผัสลื่นไหล ลดรอยนิ้วมือ ให้ความรู้สึกเสมือนไม่ได้ติดฟิล์ม
HI-SHIELD 2.5D HD Clear ฟิล์มกระจกใส สาย Visual ที่อยากเก็บความสวยของหน้าจอไว้ให้ครบ
สำหรับคนที่เลือกมือถือจอพับเพราะหลงรักสีสันและคุณภาพหน้าจอ การติดฟิล์มแล้วภาพดูดรอปคงไม่ใช่สิ่งที่ต้องการ HI-SHIELD HD Clear กระจกใส จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเสริมการปกป้องโดยยังคงภาพ สี และความสว่างให้ใกล้เคียงจอเดิม
- กระจก Asahi Glass ความแข็งแรงระดับ 9H: ผลิตจากกระจกคุณภาพสูง ผ่านกระบวนการอบนานถึง 4 ชั่วโมง เสริมประสิทธิภาพการป้องกันรอยขีดข่วนในชีวิตประจำวันได้ดีเยี่ยม
- ดีไซน์บางเพียง 0.23 mm: กระจกมีความบางและยืดหยุ่นสูง ไม่เพิ่มความหนาให้หน้าจอจอนอกมากเกินไป
- เนื้อกระจกใสระดับ HD: ส่งผ่านภาพเสมือนมองผ่านหน้าจอจริง เหมาะกับการดูภาพ วิดีโอ เล่นโซเชียล หรือใช้จอนอกเป็น Preview ถ่ายรูป โดยยังคงรายละเอียดและสีสันได้อย่างเต็มตา
- กาวเต็มแผ่น ติดตั้งง่าย: แนบสนิทกับหน้าจอ สัมผัสลื่นไหล ไม่สะดุด รองรับการสแกนลายนิ้วมือได้สะดวก และเว้นขอบแบบพอดี ทำให้ใส่ร่วมกับเคสหนาได้หลากหลายโดยไม่ดันขอบกระจก
HI-SHIELD 3D Privacy Glass สาย City Life ที่อยากเก็บหน้าจอไว้เป็นพื้นที่ส่วนตัว
การใช้มือถือบนรถไฟฟ้า ในร้านกาแฟ หรือ Co-working Space ทำให้คนที่อยู่ด้านข้างมีโอกาสมองเห็นข้อความ อีเมล หรือข้อมูลสำคัญบนหน้าจอได้ง่าย โดยเฉพาะจอนอกของ Fold ที่มีพื้นที่แสดงผลใกล้เคียงสมาร์ตโฟนทั่วไป HI-SHIELD 3D Privacy Glass จึงเหมาะกับคนที่ต้องการเพิ่ม Personal Space ให้การใช้งาน
- Anti-Peeping 2-Way: ภาพบนหน้าจอจะดูเข้มขึ้นและมืดสนิทเมื่อมองจากด้านข้างตั้งแต่ประมาณ 45 องศาขึ้นไป หมดกังวลเรื่องคนข้างๆ แอบมองแชทหรือข้อมูลส่วนตัว
- วัสดุพรีเมียม Asahi Glass (0.33 mm): แข็งแกร่งระดับ 9H พร้อมขอบโค้ง ที่รับกับตัวเครื่อง เคลือบ Oleophobic ช่วยลดคราบมันและเพิ่มความลื่นในการสัมผัส
เปรียบเทียบ AR Glass, HD Clear และ Privacy แบบไหนใช่กว่า?
เพื่อช่วยให้ตัดสินใจได้ง่ายขึ้น ลองมาเปรียบเทียบคุณสมบัติเด่นของกระจกกันรอย HI-SHIELD ทั้ง 3 รุ่นกันแบบชัด ๆ กัน
| ฟิล์ม HI-SHIELD | จุดเด่นหลัก | เหมาะกับใคร | ข้อควรพิจารณา |
| HI-SHIELD 2.5D Triple Strong AR Glass | ช่วยลดแสงสะท้อน พร้อมเน้นความคมชัดและการปกป้อง | คนใช้กลางแจ้ง เดินทาง ถ่ายภาพ หรือเปิดแผนที่บ่อย | ควรเลือกให้ตรงกับรุ่นและขนาดจอนอก |
| HI-SHIELD 2.5D HD Clear | รักษาความใส สี และรายละเอียดของหน้าจอ | สายดูคอนเทนต์ สาย Visual และผู้ใช้ทั่วไป | ไม่ช่วยลดมุมมองจากด้านข้าง |
| HI-SHIELD 3D Privacy Glass | ช่วยจำกัดการมองเห็นจากด้านข้าง | คนใช้ขนส่งสาธารณะ ทำงานในคาเฟ่ หรือเปิดข้อมูลสำคัญ | หน้าจออาจดูเข้มกว่ากระจกใส |
หากใช้มือถือหลายสถานการณ์ ให้จัดลำดับ Priority ก่อน เช่น คนที่เดินทางทุกวันและชอบดูคอนเทนต์ อาจต้องเลือกระหว่างความเป็นส่วนตัวของ Privacy กับความใสของ HD Clear โดยดูว่าสิ่งไหนมีผลต่อการใช้งานมากกว่า
ฟิล์ม HI-SHIELD แบบไหน Match กับการใช้งานของคุณ?
มือถือจอพับสามารถติดฟิล์มได้ แต่หัวใจสำคัญคือการเลือกให้ตรงกับโครงสร้างของหน้าจอ จอนอกเป็นกระจกแข็งที่สามารถติดฟิล์มกระจกตรงรุ่นได้ ส่วนจอในเป็นหน้าจอยืดหยุ่นที่มีฟิล์มเฉพาะติดตั้งมาแล้ว และไม่ควรนำกระจกทั่วไปมาติดเพิ่ม
หากฟิล์มจอในเริ่มยก เป็นฟอง หรือมีอาการผิดปกติ ไม่ควรลอกหรือเปลี่ยนด้วยตัวเอง ควรนำเครื่องเข้าศูนย์บริการที่ได้รับอนุญาต เพื่อหลีกเลี่ยงความเสียหายต่อแผงหน้าจอ ส่วนการเลือกฟิล์มสำหรับจอนอก ให้เริ่มจากไลฟ์สไตล์มากกว่ามองแค่คำว่ากันรอย สาย Outdoor ที่เจอแสงสะท้อนบ่อยเหมาะกับ HI-SHIELD 2.5D Triple Strong AR Glass สาย Visual ที่อยากรักษาความใสและสีของหน้าจอเหมาะกับ HI-SHIELD HD Clear กระจกใส ขณะที่สาย City Life ซึ่งใช้โทรศัพท์ท่ามกลางผู้คนเหมาะกับ HI-SHIELD Privacy Glass
เพราะฟิล์มที่ใช่ไม่ได้ช่วยแค่เสริมการปกป้อง แต่ยังทำให้ทุกการพับ กาง ปัด และแตะ Match กับจังหวะชีวิตได้มากขึ้น เลือกให้ตรงจอ ตรงรุ่น และตรงสไตล์ แล้วมือถือจอพับเครื่องโปรดก็พร้อมเป็นทั้ง Gadget คู่ใจในชีวิตประจำวัน

