Blog
5 ทริค จดเลคเชอร์ยังไง ให้เป๊ะ ปัง จำง่าย จนได้ A พร้อมไอเทม iPad จาก HI-SHIELD ที่สายเรียนต้องมี
การ จดเลคเชอร์ให้สวย อ่านง่าย และกลับมาทวนเมื่อไรก็เข้าใจ ไม่ได้ขึ้นอยู่กับลายมือหรือความขยันเพียงอย่างเดียว แต่ขึ้นอยู่กับ “วิธีจัดระบบโน้ต” ด้วย หลายคนตั้งใจเรียน ฟังครบทุกสไลด์ จดเต็มหน้าแบบไม่พัก แต่พอถึงช่วงสอบ กลับเปิดโน้ตแล้วงงเอง ไม่รู้ว่าตรงไหนคือใจความหลัก ตรงไหนควรจำ ตรงไหนเป็นตัวอย่าง และตรงไหนคือจุดที่อาจารย์เน้นเป็นพิเศษ
ยิ่งตอนนี้หลายคนเปลี่ยนจากสมุดกระดาษมาใช้ iPad เป็นสมุดเลคเชอร์หลัก เพราะพกง่าย รวมทุกวิชาไว้ในเครื่องเดียว ใส่ไฟล์ PDF ได้ ไฮไลต์ได้ วาด Mind Map ได้ แก้โน้ตได้ตลอด และจัดไฟล์เป็นหมวดหมู่ได้สะดวก แต่การ จดบน iPad ให้เวิร์กจริง ไม่ได้มีแค่เปิดแอปแล้วเริ่มเขียนเท่านั้น เพราะประสบการณ์การใช้งานขึ้นอยู่กับทั้ง เทคนิคการจด และ อุปกรณ์เสริมที่ช่วยให้ทุกอย่างลื่นไหลขึ้น ไม่ว่าจะเป็น เคสไอแพดที่ตั้งองศาได้ถนัด, ฟิล์มกระจกผิวกระดาษที่ให้ฟีลใกล้เคียงการเขียนบนกระดาษ หรือ ปากกา iPad ที่ตอบสนองไว วางมือบนจอได้ และเขียนต่อเนื่องแบบไม่สะดุด ทุกอย่างล้วนช่วยให้การจดเลคเชอร์ง่ายขึ้น สนุกขึ้น และเป็นระบบมากขึ้น
บทความนี้จะพาไปดู 5 ทริคจดเลคเชอร์ให้เป๊ะ ปัง จำง่าย พร้อมแนะนำไอเทมจาก HI-SHIELD ที่ช่วยให้สาย iPad จดโน้ตได้คล่องขึ้น อ่านทวนง่ายขึ้น และเตรียมตัวสอบได้แบบไม่ปวดหัวกัน

ทำไมการจดเลคเชอร์ที่ดี ถึงช่วยให้เรียนดีขึ้น
การ จดเลคเชอร์ที่ดี ไม่ใช่การเขียนตามทุกคำที่อาจารย์พูด แต่คือการ ฟังให้เข้าใจ จับใจความ แยกประเด็น และสรุปออกมาเป็นภาษาของตัวเอง วิธีนี้ช่วยให้สมองได้คิดและประมวลผลตั้งแต่ตอนเรียน ไม่ใช่แค่ย้ายข้อมูลจากสไลด์ลงมาอยู่บนหน้าโน้ต ซึ่งการจดโน้ตที่ดีควรตอบโจทย์ 3 อย่าง คือ อ่านง่าย จำง่าย และใช้ทวนสอบได้จริง เวลาเปิดกลับมาอ่านก่อนสอบ ควรรู้ทันทีว่าหัวข้อนี้พูดถึงอะไร มีคีย์เวิร์ดไหนต้องจำ มีจุดไหนต้องทำความเข้าใจเพิ่ม และมีเนื้อหาส่วนไหนที่ควรกลับไปอ่านซ้ำ
สำหรับคนที่ใช้ iPad จดเลคเชอร์ ข้อดีคือสามารถปรับแต่งโน้ตได้หลากหลายกว่าสมุดทั่วไป เช่น เพิ่มรูปจากสไลด์ แปะ Screenshot วาดลูกศร ไฮไลต์คำสำคัญ ใส่ตาราง หรือแยกไฟล์ตามรายวิชาได้ง่าย แต่ถ้า หน้าจอลื่นเกินไป ปากกาตอบสนองช้า หรือวาง iPad ในองศาที่เขียนไม่ถนัด ประสบการณ์การจดโน้ตก็อาจสะดุดได้เหมือนกัน
เพราะฉะนั้น การจดเลคเชอร์ให้ดีจึงเป็นการบาลานซ์ระหว่าง “เทคนิคการเรียน” และ “อุปกรณ์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์” เมื่อทั้งสองอย่างไปด้วยกัน โน้ตแต่ละหน้าจะไม่ใช่แค่ข้อมูลที่เก็บไว้ แต่จะกลายเป็น ตัวช่วยสำคัญที่ทำให้การอ่านสอบง่ายขึ้นและมีประสิทธิภาพมากขึ้น

5 ทริคเด็ดจดเลคเชอร์ เกรดพุ่งไม่มีตก
การจดโน้ตที่ดีต้องเริ่มจากการจัดระเบียบความคิด ลองหยิบ 5 เทคนิคนี้ไปใช้ รับรองว่าสมองจะประมวลผลข้อมูลได้ไวขึ้น หยิบมาอ่านเมื่อไหร่ก็เก็ททันที
1. ฟังก่อนจด จับใจความให้ได้ก่อนเขียน
หลายคนมักรีบเขียนตามทุกคำ กลัวจดไม่ทัน กลัวตกหล่นข้อมูลสำคัญ สุดท้ายกลายเป็นว่ามือจดเร็วมาก แต่สมองยังตามไม่ทัน พอกลับมาอ่านอีกครั้ง โน้ตเต็มหน้าแต่จับประเด็นหลักไม่ได้ การเริ่มจาก ฟังให้เห็นภาพรวมก่อน ว่าอาจารย์กำลังอธิบายเรื่องอะไร แล้วค่อยจดเฉพาะ คีย์เวิร์ด ประโยคสำคัญ ตัวอย่าง หรือจุดที่ถูกย้ำบ่อย ๆ การจดแบบนี้ช่วยให้โน้ตกระชับ อ่านง่าย และจำได้ดีกว่า เพราะผ่านการสรุปเป็นภาษาของตัวเองตั้งแต่แรก ลองเปลี่ยนจากการเขียนประโยคยาว ๆ มาใช้โครงสร้างง่าย ๆ แบบนี้
หัวข้อหลัก → คีย์เวิร์ด → ตัวอย่าง → สรุปสั้น ๆ
เช่น ถ้าเรียนเรื่อง “การสังเคราะห์แสง” แทนที่จะจดทุกประโยคจากสไลด์ อาจเลือกจดเป็นคีย์เวิร์ดว่า แสง, คลอโรฟิลล์, น้ำ, คาร์บอนไดออกไซด์ และกลูโคส จากนั้นตามด้วยสรุปสั้น ๆ ว่า “กระบวนการที่พืชใช้แสงสร้างอาหาร” แค่นี้ก็ช่วยให้กลับมาอ่านแล้วเข้าใจไวขึ้นมาก
สำหรับสาย iPad การมีปากกาที่ เขียนลื่นและตอบสนองไว ช่วยให้จดได้ทันความคิด โดยเฉพาะเวลาต้องสรุปแบบเร็ว ๆ ระหว่างเรียน HI-SHIELD StylusMax for iPad เป็น ปากกา iPad ที่ออกแบบมาเพื่อการจดโน้ตโดยเฉพาะ เชื่อมต่อผ่าน Bluetooth ใช้งานง่าย เพียงกดค้างเพื่อเปิดหรือปิด รองรับ Palm Rejection วางมือบนหน้าจอได้โดยไม่รบกวนการเขียน เหมาะกับคนที่ชอบจดจริงจัง และอยากได้ฟีลใกล้เคียงการเขียนด้วยปากกาจริง
2. ใช้เทคนิค Cornell Notes จัดหน้าให้ทวนง่าย
ถ้าอยากให้โน้ตดูเป็นระบบมากขึ้น ลองใช้เทคนิค Cornell Notes ซึ่งเป็นวิธีจดเลคเชอร์ยอดนิยมที่ช่วย แยกข้อมูลให้ชัดเจน และทำให้การทวนก่อนสอบง่ายขึ้น เหมาะมากกับคนที่จดเยอะ แต่กลับมาอ่านแล้วหาใจความสำคัญไม่เจอ โดยวิธีแบ่งหน้า Cornell Notes ทำได้ไม่ยาก โดยแบ่งออกเป็น 3 ส่วนหลัก
ด้านขวา: เนื้อหาหลักที่จดระหว่างเรียน
ด้านซ้าย: คีย์เวิร์ด คำถาม หรือหัวข้อสำคัญ
ด้านล่าง: สรุปใจความหลังเรียน
ระหว่างเรียน ให้จดเนื้อหาหลักไว้ฝั่งขวา ใช้ภาษาสั้น กระชับ และเข้าใจง่าย หลังเรียนจบ ค่อยกลับมาเติมฝั่งซ้ายด้วยคำถามหรือคีย์เวิร์ด เช่น “สาเหตุคืออะไร”, “สูตรนี้ใช้ตอนไหน”, “A กับ B ต่างกันยังไง” จากนั้นปิดท้ายด้วยสรุปด้านล่างอีก 3 – 5 บรรทัด เพื่อเก็บใจความสำคัญของหน้านั้นให้ครบ ข้อดีของ Cornell Notes คือช่วยให้ทวนก่อนสอบแบบ Active Recall ได้ง่าย แค่ปิดฝั่งคำตอบ แล้วดูเฉพาะคีย์เวิร์ดหรือคำถามฝั่งซ้าย จากนั้นลองอธิบายคำตอบด้วยตัวเอง ถ้าตอบได้ แปลว่าเข้าใจจริง ถ้ายังตอบไม่ได้ ก็รู้ทันทีว่าควรกลับไปอ่านตรงไหนเพิ่ม
สำหรับคนที่ใช้ iPad จดแบบแบ่งหน้า องศาการวางเครื่องมีผลมาก เพราะถ้าวางราบเกินไปอาจเมื่อยข้อมือ แต่ถ้าตั้งชันเกินไปก็เขียนไม่ถนัด ตรงนี้ HI-SHIELD Ulitimate 9 Level’s iPad Case ช่วยให้การจดโน้ตสบายขึ้น เพราะเป็น เคสไอแพดที่ปรับระดับได้ถึง 9 ระดับ รองรับการใช้งานหลายสไตล์ ไม่ว่าจะใช้จดเลคเชอร์ อ่านเอกสาร ดูสไลด์ หรือเปิดวิดีโอเรียนออนไลน์
3. ใช้สี สัญลักษณ์ และไฮไลต์ให้เป็นระบบ
โน้ตที่ดีไม่จำเป็นต้องมีสีเยอะจนดูแน่นเกินไป แต่การ ใช้สีอย่างมีระบบ ช่วยให้สมองแยกประเภทข้อมูลได้เร็วขึ้น เวลาอ่านสอบจะเห็นทันทีว่าส่วนไหนคือเนื้อหาหลัก ส่วนไหนคือจุดสำคัญ และส่วนไหนควรกลับมาทบทวนเพิ่ม ลองตั้ง Color Code ง่าย ๆ ให้ตัวเอง เช่น
สีดำหรือน้ำเงิน: เนื้อหาหลัก
สีแดง: จุดออกสอบ สูตร หรือคำเตือน
สีเหลือง: คีย์เวิร์ดสำคัญ
สีเขียว: ตัวอย่างหรือทริคจำ
สีม่วง: คำถามที่ยังไม่เข้าใจ
นอกจากสีแล้ว สัญลักษณ์ก็ช่วยให้โน้ตอ่านง่ายขึ้น เช่น ใช้ดาวแทนจุดสำคัญ ใช้เครื่องหมายคำถามกับส่วนที่ยังไม่เข้าใจ ใช้ลูกศรเชื่อมเหตุและผล ใช้วงกลมล้อมคำศัพท์หลัก หรือใช้กรอบสี่เหลี่ยมครอบสรุปสั้น ๆ วิธีนี้ช่วยให้โน้ตเป็นระเบียบขึ้น และประหยัดเวลาเวลาอ่านซ้ำ
แต่ปัญหาที่หลายคนเจอเวลาจดบน iPad คือ หน้าจอกระจกค่อนข้างลื่น ทำให้ควบคุมน้ำหนักมือยาก ลายมือดูไม่เหมือนตอนเขียนบนกระดาษ หรือเส้นที่วาดออกมาไม่นิ่งเท่าที่ต้องการ ตรงนี้ฟิล์มที่ดีช่วยเปลี่ยนประสบการณ์การจดได้ชัดเจน HI-SHIELD ฟิล์มกระจกผิวกระดาษ iPad Paper Like Glass เหมาะกับคนที่ชอบจดเลคเชอร์ วาด Mind Map หรือเขียนสรุปบน iPad เพราะให้ สัมผัสคล้ายเขียนบนกระดาษ ช่วยให้ควบคุมปากกาได้ถนัดขึ้น ลดความลื่นของหน้าจอ และช่วยให้ลายมือดูเป็นธรรมชาติมากขึ้น เป็นไอเทมที่ช่วยให้ iPad กลายเป็น สมุดดิจิทัลที่เขียนสนุกขึ้น ใช้งานได้มั่นใจขึ้น และเหมาะกับทุกวันเรียนมากกว่าเดิม
4. เปลี่ยนเนื้อหายากให้เป็นภาพ ตาราง และ Mind Map
บางวิชาไม่เหมาะกับการจดเป็นย่อหน้ายาว ๆ เพราะยิ่งเขียนยาวก็ยิ่งอ่านยาก โดยเฉพาะเนื้อหาที่มีหลายขั้นตอน หลายตัวแปร หรือมีความเชื่อมโยงหลายส่วน เช่น วิทยาศาสตร์ ชีวะ ประวัติศาสตร์ เศรษฐศาสตร์ หรือภาษาอังกฤษ
ทริคที่ช่วยได้คือการเปลี่ยนข้อมูลให้กลายเป็น ภาพ ตาราง Timeline หรือ Mind Map เพราะสมองจดจำข้อมูลแบบภาพได้ดี และยังช่วยให้เห็นความสัมพันธ์ของเนื้อหาได้เร็วขึ้ ตัวอย่างการเลือกฟอร์แมตโน้ตให้เหมาะกับแต่ละวิชา
วิชาชีวะ: ใช้ Flowchart แสดงกระบวนการ
วิชาประวัติศาสตร์: ใช้ Timeline เรียงเหตุการณ์
วิชาภาษาอังกฤษ: ใช้ตารางแยก Grammar และตัวอย่างประโยค
วิชาวิทยาศาสตร์: ใช้แผนภาพ ลูกศร และสูตร
วิชาสังคม: ใช้ Mind Map แยกหัวข้อใหญ่และหัวข้อย่อย
การจดแบบภาพช่วยให้หน้าโน้ตดูมีชีวิตขึ้น ไม่ใช่แค่ตัวหนังสือเรียงกันเต็มหน้า และยังเหมาะกับการทำสรุปก่อนสอบ เพราะสามารถ ย่อเนื้อหาหลายหน้าให้เหลือภาพเดียวที่เห็นภาพรวมครบ ตรงนี้ ปากกา iPad ที่ตอบสนองไวมีผลมาก เพราะการวาดตาราง ลากลูกศร ทำกรอบ หรือวาด Mind Map ต้องใช้ความต่อเนื่องของเส้น ถ้าปากกาตอบสนองช้า เส้นขาด หรือวางมือบนหน้าจอไม่ได้ การทำโน้ตจะสะดุดง่าย
5. ทวนโน้ตภายใน 24 ชั่วโมง ก่อนลืมรายละเอียดสำคัญ
ต่อให้จดดีแค่ไหน ถ้าไม่กลับมาทวน โอกาสลืมก็สูงมาก หลังเรียนจบ สมองยังจำบรรยากาศในห้อง เสียงอธิบาย และตัวอย่างที่อาจารย์ยกมาได้อยู่ ช่วงเวลาที่เหมาะมากสำหรับจัดระเบียบโน้ต คือ ภายใน 24 ชั่วโมงหลังเรียน ไม่จำเป็นต้องใช้เวลานาน แค่ 10 – 15 นาทีต่อวิชา ก็ช่วยได้มาก วิธีง่าย ๆ คือเปิดโน้ตที่จดไว้ เติมส่วนที่ยังขาด แก้ประโยคที่อ่านแล้วไม่เข้าใจ ไฮไลต์จุดสำคัญ และเขียนสรุปท้ายหน้าอีก 3 – 5 บรรทัด อาจลองใช้สูตรนี้
หลังเรียนทันที: เติมจุดที่จดไม่ทัน
ภายใน 24 ชั่วโมง: อ่านซ้ำและสรุปท้ายหน้า
ก่อนสอบ 1 สัปดาห์: ทำคำถามจากหัวข้อสำคัญ
ก่อนสอบ 1 วัน: ทวนจากคีย์เวิร์ดและ Mind Map
สำหรับคนใช้ iPad ข้อดีคือสามารถ จัดไฟล์โน้ตให้เป็นระบบได้ง่าย เช่น แยกตามรายวิชา แยกตามบทเรียน หรือแยกตามสัปดาห์ เพิ่มแท็ก เพิ่มปกไฟล์ หรือค้นหาคำสำคัญย้อนหลังได้เร็วกว่าโน้ตกระดาษ การมีอุปกรณ์ที่เข้ากับไลฟ์สไตล์การเรียนจึงช่วยให้การทวนบทเรียนต่อเนื่องขึ้น
เคสไอแพดที่ตั้งได้หลายมุม ช่วยให้ทวนโน้ตได้สะดวก ไม่ว่าจะนั่งอ่านบนโต๊ะ นอนอ่านบนเตียง หรือเปิดคู่กับหนังสือเรียน ฟิล์มกระจกผิวกระดาษ ช่วยให้เขียนสรุปเพิ่มได้ถนัด ส่วน ปากกา StylusMax ช่วยให้แก้โน้ต ไฮไลต์ และวาดเพิ่มได้ทันที
การทวนโน้ตไม่ควรเป็นภาระหนักเฉพาะช่วงก่อนสอบ แต่ควรเป็น รูทีนเล็ก ๆ หลังเรียน ถ้าทำเป็นประจำ โน้ตแต่ละหน้าจะค่อย ๆ กลายเป็นสรุปพร้อมอ่านสอบ ช่วยให้เข้าใจเนื้อหาได้ต่อเนื่อง และไม่ต้องเริ่มอ่านใหม่ตั้งแต่ศูนย์ทุกครั้ง
สรุปแล้ว การจดเลคเชอร์ให้เกรดพุ่งไม่มีตกไม่ได้อยู่ที่การจดให้เยอะที่สุด แต่อยู่ที่การจดให้เป็นระบบและกลับมาใช้ทวนได้จริง เริ่มจากฟังให้เข้าใจ จัดหน้าโน้ตให้ชัด ใช้สีช่วยเน้น เปลี่ยนเนื้อหายากให้เห็นภาพ และทวนซ้ำในเวลาที่เหมาะสม เมื่อบวกกับอุปกรณ์ iPad ที่ช่วยให้เขียนถนัด ตั้งเครื่องสบาย และจัดไฟล์ได้เป็นระเบียบ การอ่านสอบก็จะง่ายขึ้น ลื่นขึ้น และมั่นใจขึ้นในทุกวิชา
ไอเทม iPad จาก HI-SHIELD ที่ช่วยให้การจดเลคเชอร์ง่ายขึ้น
การจดเลคเชอร์บน iPad ให้ลื่นขึ้น ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแอปจดโน้ตอย่างเดียว แต่อุปกรณ์เสริมก็มีผลกับประสบการณ์ใช้งานมากเหมือนกัน เพราะเวลาเรียนจริง เราไม่ได้แค่เปิด iPad แล้วเขียน แต่ยังต้องตั้งเครื่องให้ได้มุมที่ถนัด เขียนบนหน้าจอให้ควบคุมเส้นได้ดี และใช้ปากกาที่ตอบสนองไวพอสำหรับการจดตามเนื้อหาแบบเรียลไทม์ HI-SHIELD เลยขอมัดรวม 3 ไอเทมสุดจึ้งที่ช่วยให้การจดเลคเชอร์ง่ายขึ้นมาให้กัน

HI-SHIELD Ulitimate 9 Level’s iPad Case เคสไอแพดกันกระแทก
สำหรับสายเรียนที่พก iPad ทุกวัน เคสไอแพดเป็นไอเทมที่ควรเลือกให้ดี เพราะไม่ได้มีหน้าที่แค่กันรอย แต่ยังช่วยให้การใช้งานสบายขึ้น โดยเฉพาะเวลาต้องจดนาน ๆ ดูสไลด์ อ่านชีต หรือเรียนออนไลน์ HI-SHIELD Ulitimate 9 Level’s iPad Case เป็น เคสไอแพดที่ปรับได้ถึง 9 ระดับ ทำให้เลือกองศาได้ตามสไตล์การใช้งาน จะวางต่ำเพื่อเขียน วางชันเพื่อดูวิดีโอ หรือปรับมุมกลาง ๆ สำหรับอ่านเอกสารก็ทำได้ในเคสเดียว
วัสดุแข็งแรงทนทาน ผ่านการทดสอบกันกระแทกสูง 1.5 เมตร แผ่นหลัง PC มีส่วนช่วยลดโอกาสเครื่องงอ ขอบ TPU ช่วยลดแรงกระแทก และยังรองรับ Sleep/Wake เมื่อพับเปิดหรือปิดหน้าจอ ดีไซน์เหมาะกับคนที่อยากได้เคสที่ ดูดี ใช้งานจริง และช่วยปกป้อง iPad ได้ครบในทุกวันที่เรียน

HI-SHIELD ฟิล์มกระจกผิวกระดาษ iPad Paper Like Glass
ถ้ารู้สึกว่าเขียนบนหน้าจอ iPad แล้วลื่นเกินไป ฟิล์มกระจกผิวกระดาษคือไอเทมที่ช่วยยกระดับประสบการณ์การจดได้ดีมาก HI-SHIELD iPad Paper Like Glass ให้สัมผัสใกล้เคียงการเขียนบนกระดาษ ช่วยให้ควบคุมลายมือและน้ำหนักเส้นได้ดีขึ้น เหมาะกับการจดเลคเชอร์ วาดรูป ทำ Mind Map และเขียนการบ้าน
ฟิล์มรุ่นนี้ยังช่วยปกป้องหน้าจอด้วย กระจกหนา 0.33 มม. ป้องกันรอยขีดข่วนระดับ 9H ลดแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ ติดตั้งง่าย สามารถทำได้ด้วยตัวเอง เหมาะกับคนที่อยากให้ iPad เป็นทั้ง สมุดเรียน อุปกรณ์จดโน้ต และ Gadget คู่ใจในทุกวัน

HI-SHIELD StylusMax for iPad ปากกา iPad สำหรับสายจดจริงจัง
ปากกา iPad คือหัวใจของการจดเลคเชอร์บน iPad ถ้าปากกาดี จดลื่น เส้นไม่สะดุด และวางมือบนจอได้ การเรียนจะไหลลื่นขึ้นทันที HI-SHIELD StylusMax for iPad มาพร้อม Bluetooth เชื่อมต่อง่าย, Palm Rejection, เขียนลื่น ไม่มีดีเลย์, รองรับการเอียง 30° / 60° / 90° และมี Shortcut Function สำหรับ Home, Screenshot และ Search
ดีไซน์เบา จับถนัดมือ มีแม่เหล็กติดข้างเครื่อง ชาร์จได้ทั้ง Type-C และ Magnetic Charging ใช้งานได้ 8 – 10 ชั่วโมง เมื่อชาร์จผ่าน Type-C มี Battery Widget เช็กสถานะแบตแบบเรียลไทม์ และรับประกันสินค้า 365 วันเต็ม
ในกล่องมี StylusMax, สายชาร์จ Type-C to C, หัวปากกาสำรอง 1 ชิ้น, คู่มือการใช้งาน, ใบรับประกัน และปลอกหนังสำหรับใส่ปากกา เหมาะกับคนที่อยากได้ปากกา iPad สำหรับเรียน จดโน้ต ทำสรุป และใช้งานทุกวันแบบครบจบในแท่งเดียว
ไอเทม iPad จาก HI-SHIELD ทั้งเคสไอแพด ฟิล์มกระจกผิวกระดาษ และ StylusMax คือเซตอุปกรณ์ที่ช่วยให้การจดเลคเชอร์บน iPad ง่ายขึ้นครบทุกมิติ ตั้งแต่การตั้งเครื่องให้ถนัดมือ ปกป้อง iPad จากการใช้งานประจำวัน เพิ่มฟีลเขียนให้ใกล้เคียงกระดาษ ไปจนถึงช่วยให้จด วาด ไฮไลต์ และทำสรุปได้ลื่นขึ้น สำหรับสายเรียนที่อยากเปลี่ยน iPad ให้เป็นสมุดเลคเชอร์คู่ใจ การเลือกอุปกรณ์ที่เข้ากับสไตล์การใช้งานตั้งแต่แรก จะช่วยให้ทุกคลาสเรียนเป็นระบบขึ้น และทำให้การกลับมาทวนก่อนสอบไม่ใช่เรื่องวุ่นวายอีกต่อไป
Routine จดเลคเชอร์บน iPad ให้เป๊ะทุกคลาส
ก่อนเข้าเรียน ลองเตรียมไฟล์สไลด์หรือชีตเรียนไว้ล่วงหน้า เปิดแอปจดโน้ตที่ถนัด เช็กแบต iPad และปากกาให้พร้อม จากนั้นตั้ง iPad ด้วยเคสในองศาที่เขียนสบายที่สุด ถ้าใช้ HI-SHIELD Ulitimate 9 Level’s iPad Case ก็สามารถปรับระดับให้เข้ากับโต๊ะเรียนและท่านั่งของตัวเองได้ง่าย
ระหว่างเรียน ให้เริ่มจาก ฟังประเด็นหลักก่อนจด ใช้คีย์เวิร์ดแทนประโยคยาว ใช้สีและสัญลักษณ์แยกความสำคัญ ถ้ามีสไลด์สำคัญให้ Screenshot แล้วนำมาแปะในโน้ต จากนั้นใช้ StylusMax เขียนสรุปหรือวาดลูกศรประกอบ เพื่อให้เข้าใจเนื้อหาได้เร็วขึ้น
หลังเรียน ให้กลับมาอ่านซ้ำ ภายใน 24 ชั่วโมง เติมจุดที่ยังขาด ไฮไลต์คีย์เวิร์ด และสรุปท้ายหน้า ถ้าเนื้อหาเยอะมาก ให้ทำ Mind Map เพิ่มอีกหนึ่งหน้าเพื่อรวมภาพรวมของบทเรียนนั้นไว้ในที่เดียว
เมื่อทำครบเป็นประจำ โน้ตบน iPad จะไม่ใช่แค่ไฟล์เก็บข้อมูล แต่จะกลายเป็น คลังความรู้ส่วนตัวที่เปิดอ่านเมื่อไรก็เข้าใจง่าย พร้อมใช้ทวนสอบได้ทันที
จดเลคเชอร์ให้จำง่าย เริ่มจากวิธีจดที่ใช่ และอุปกรณ์ที่ช่วยให้เรียนลื่นขึ้น
การ จดเลคเชอร์ให้เป๊ะ ปัง จำง่าย จนเข้าใกล้เป้าหมายเกรด A ไม่ได้เกิดจากการจดให้เยอะที่สุด แต่เกิดจากการจดอย่างมีระบบ ฟังก่อนเขียน จับใจความให้ได้ ใช้ Cornell Notes ช่วยจัดหน้า ใช้สีและสัญลักษณ์แยกข้อมูล เปลี่ยนเนื้อหายากให้เป็นภาพ และทวนซ้ำภายใน 24 ชั่วโมง
สำหรับคนที่ใช้ iPad เป็นสมุดเลคเชอร์หลัก อุปกรณ์เสริมที่ดีช่วยให้การเรียนสะดวกและน่าใช้ขึ้นมาก ไม่ว่าจะเป็น HI-SHIELD Ulitimate 9 Level’s iPad Case ที่ช่วยตั้งเครื่องได้ 9 ระดับ และช่วยปกป้อง iPad จากแรงกระแทก, HI-SHIELD ฟิล์มกระจกผิวกระดาษ iPad Paper Like Glass ที่ให้ฟีลเขียนใกล้เคียงกระดาษ พร้อมช่วยลดแสงสะท้อนและรอยนิ้วมือ หรือ HI-SHIELD StylusMax for iPad ที่เขียนลื่น วางมือบนจอได้ มีฟังก์ชันครบ และเหมาะกับการจดโน้ตทุกวัน
ถ้าอยากให้การเรียนดูเป็นระบบขึ้น ลองเริ่มจากการ จัดโต๊ะเรียน เปิด iPad ในมุมที่ถนัด ใช้ฟิล์มที่เขียนสบาย เลือกปากกาที่ตอบโจทย์ แล้วสร้างสไตล์การจดของตัวเองให้ชัดขึ้นทีละนิด โน้ตที่ดีไม่จำเป็นต้องสวยที่สุด แต่ควรเป็นโน้ตที่ อ่านแล้วเข้าใจ จำได้ และพากลับไปหาใจความสำคัญได้เร็วที่สุด
เมื่อ เทคนิคการจดดี บวกกับ อุปกรณ์ที่ช่วยให้การใช้งานลื่นขึ้น การอ่านสอบก็จะไม่ใช่ช่วงเวลาที่วุ่นวายเหมือนเดิม แต่จะกลายเป็นช่วงทบทวนที่มั่นใจขึ้น เป็นระบบขึ้น และพร้อมลุยทุกวิชาแบบมีสไตล์มากกว่าเดิม

