Blog
เจาะลึกเงื่อนไข “ประกันหน้าจอ” เครื่องศูนย์ไทย VS เครื่องนอก ต่างกันอย่างไร เช็กก่อนซื้อ
ในยุคที่สมาร์ตโฟนต่างออกรุ่นใหม่กันออกมาเป็นว่าเล่น นอกจากที่จะต้องตัดสินใจระหว่างการเลือกสีที่ใช่ ความจุที่พอดี หรือราคาที่คุ้มค่า หนึ่งในนั้นยังมีเรื่องของ “เครื่องศูนย์ไทย” กับ “เครื่องหิ้วหรือเครื่องนอก” ซึ่งแต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน ทั้งเรื่องราคา ความเร็วในการได้เครื่อง และความสะดวกในการใช้งานหลังการขายอยู่ด้วย
แต่รู้หรือเปล่าว่า ไม่ว่าจะเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องนอก สิ่งที่ควรคิดควบคู่กันคือเงื่อนไขการรับประกัน โดยเฉพาะ “ประกันหน้าจอ” ที่มักถูกมองข้ามตั้งแต่ก่อนซื้อ เพราะหน้าจอคือส่วนที่ใช้งานหนักที่สุดของมือถือ และเป็นจุดที่มีโอกาสเสียหายได้ง่ายที่สุดจากการใช้งานจริง ไม่ว่าจะเป็นการตก กระแทก หรือรอยขีดข่วนเล็ก ๆ ที่สะสมจนกลายเป็นปัญหาใหญ่ ในบทความนี้จะพาเช็กให้ชัดว่า เครื่องศูนย์ไทยกับเครื่องหิ้วต่างกันอย่างไร ต้องเช็กชัวร์อะไรบ้างก่อนตัดสินใจ และทำไมการปกป้องตั้งแต่วันแรกถึงช่วยให้ใช้งานได้สบายใจมากขึ้น

เข้าใจก่อนตัดสินใจซื้อ เครื่องศูนย์ไทย กับ เครื่องนอก ต่างกันตรงไหน?
ก่อนซื้อเครื่องใหม่ สิ่งแรกที่ควรเข้าใจคือ เครื่องศูนย์ไทยกับเครื่องนอกไม่ได้ต่างกันแค่ราคา แต่ต่างกันตั้งแต่ช่องทางจำหน่าย การรับประกัน ไปจนถึงความสะดวกเมื่อต้องซ่อมหรือเคลม
| ประเด็นที่ควรเช็ก | เครื่องศูนย์ไทย | เครื่องหิ้ว / เครื่องนอก |
| ช่องทางจำหน่าย | ศูนย์แบรนด์ ตัวแทนจำหน่าย ร้านค้าออนไลน์ทางการ | ร้านนำเข้า ร้านเครื่องหิ้ว หรือร้านที่รับเครื่องจากต่างประเทศ |
| จุดเด่น | ประกันในประเทศชัดเจน ติดต่อศูนย์ไทยได้ง่าย | ราคาน่าสนใจ มีรุ่น สี หรือความจุที่ไทยอาจไม่มี |
| เรื่องประกัน | ตรวจสอบกับศูนย์ไทยได้ง่ายกว่า | ต้องเช็กว่าเป็นประกันร้าน ประกันประเทศต้นทาง หรือมีเงื่อนไขเฉพาะ |
| การซ่อมหน้าจอ | มีโอกาสจัดการผ่านศูนย์ในไทยได้สะดวกกว่า | บางรุ่นอาจซ่อมในไทยได้ บางรุ่นอาจต้องส่งกลับประเทศต้นทาง |
| เหมาะกับใคร | คนที่อยากซื้อแล้วสบายใจ เน้นบริการหลังการขาย | คนที่เข้าใจเงื่อนไข รับความเสี่ยงได้ และอยากได้ดีลหรือรุ่นเฉพาะ |
สรุปง่าย ๆ คือ เครื่องศูนย์ไทยเด่นเรื่องความชัดเจนและความสะดวกหลังการขาย ส่วน เครื่องนอกเด่นเรื่องราคาและตัวเลือก แต่ต้องเช็กเงื่อนไขประกันให้ละเอียดกว่า โดยเฉพาะเรื่องหน้าจอ เพราะความต่างที่แท้จริงของเครื่องศูนย์ไทยกับเครื่องนอก อาจไม่ได้เห็นชัดในวันซื้อ แต่จะเห็นชัดมากขึ้นในวันที่ต้องใช้บริการหลังการขายนั่นเอง
ซื้อโทรศัพท์เครื่องใหม่ อย่าดูแค่ “ราคาถูกกว่า” แต่ต้องดู “ความคุ้มหลังซื้อ”
เวลาคนเปรียบเทียบเครื่องศูนย์ไทยกับเครื่องหิ้ว มักเริ่มจากราคาก่อน เช่น เครื่องนอกถูกกว่า ได้ความจุมากกว่า หรือมีสีที่ถูกใจกว่าในงบใกล้กัน แต่การซื้อมือถือหนึ่งเครื่องไม่ได้จบแค่นั้น เพราะหลังจากนั้นยังมีเรื่องที่ต้องคิดต่อ เช่น ประกัน การซ่อม ค่าอะไหล่ ระยะเวลารอเคลม และความสะดวกเมื่อต้องติดต่อร้านหรือศูนย์บริการ เพราะฉะนั้นก่อนซื้อเลยอยากให้ลองมองความคุ้มค่าเป็น 2 ส่วน
- ราคาหน้าเครื่อง เช่น เครื่องศูนย์ไทยราคาเท่าไหร่ เครื่องหิ้วถูกกว่ากี่บาท หรือมีโปรโมชันอะไรบ้าง
- ต้นทุนหลังการซื้อ โดยคำนวณจากความเสี่ยงที่อาจตามมา เช่น ค่าซ่อมหน้าจอ ค่าเดินทางไปศูนย์ ค่าเสียเวลารอซ่อม หรือความลำบากหากต้องส่งเครื่องกลับประเทศต้นทาง
ถ้าเครื่องศูนย์ไทยแพงกว่า แต่เคลมง่ายกว่า ติดต่อศูนย์สะดวกกว่า ส่วนต่างตรงนั้นอาจเป็นราคาของความสบายใจ ถ้าเครื่องนอกราคาดีกว่า แต่ต้องยอมรับเงื่อนไขประกันที่ซับซ้อนกว่า ก็ไม่ได้แปลว่าไม่คุ้ม เพียงแต่ต้องรู้ก่อนว่ากำลังเลือกความคุ้มแบบไหน ดังนั้นคำถามที่ควรถามตัวเองก่อนซื้อคือ
- มือถือเครื่องนี้ใช้ทำงานหรือใช้ทั่วไป
- ถ้าต้องส่งซ่อมหลายวัน จะกระทบชีวิตประจำวันไหม
- ถ้าหน้าจอแตก ต้องรับค่าใช้จ่ายเองได้หรือเปล่า
- ความสะดวกหลังการขายสำคัญกับเรามากแค่ไหน

ประกันหน้าจอคืออะไร ทำไมต้องถามให้ชัดก่อนซื้อ?
หลายคนเข้าใจว่า ซื้อเครื่องใหม่แล้วมีประกัน ถ้าเกิดปัญหาก็น่าจะเคลมได้ แต่ความจริงคือคำว่า “ประกัน” มีหลายแบบ และไม่ได้ครอบคลุมทุกความเสียหายเสมอไป โดยทั่วไป ประกันตัวเครื่องมักครอบคลุมปัญหาที่เกิดจากตัวสินค้า เช่น ระบบทำงานผิดปกติ อุปกรณ์มีปัญหา หรือข้อบกพร่องจากการผลิต แต่ถ้าเป็นความเสียหายจากการใช้งาน เช่น เครื่องตก จอแตก จอร้าว โดนน้ำ หรือกระแทกแรง ๆ อาจไม่อยู่ในประกันปกติ
นี่คือเหตุผลที่ต้องถามเรื่อง ประกันหน้าจอ ให้ชัด เพราะหน้าจอเป็นจุดที่เสียหายง่ายและมีค่าใช้จ่ายในการซ่อมค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับหลายส่วนของเครื่อง ก่อนซื้อควรถามให้ละเอียดว่า
- ประกันตัวเครื่องครอบคลุมหน้าจอหรือไม่
- ถ้าหน้าจอมีเส้น สัมผัสไม่ติด หรือแสดงผลผิดปกติ เคลมได้ไหม
- ถ้าจอแตกจากการตกหรือกระแทก อยู่ในประกันหรือไม่
- ต้องซื้อประกันเสริมเพื่อคุ้มครองหน้าจอหรือเปล่า
- หากต้องซ่อมหน้าจอ มีค่าใช้จ่ายส่วนแรกไหม
- เคลมได้กี่ครั้ง และต้องทำเรื่องภายในกี่วัน
- ถ้าเป็นเครื่องนอก สามารถซ่อมหน้าจอในไทยได้หรือไม่
คำถามเหล่านี้ช่วยลดความเข้าใจผิดได้มาก เพราะคำว่า “มีประกัน” อย่างเดียวไม่พอ ต้องรู้ด้วยว่า ประกันนั้นครอบคลุมอะไร และไม่ครอบคลุมอะไร
เครื่องศูนย์ไทย เหมาะกับใคร?
เครื่องศูนย์ไทยเหมาะกับคนที่อยากซื้อแล้วใช้งานแบบสบายใจ ไม่อยากตามเรื่องหลังการขายเอง และต้องการความชัดเจนเรื่องประกันในประเทศ กลุ่มที่เหมาะกับเครื่องศูนย์ไทย เช่น
- คนที่ใช้โทรศัพท์มือถือทำงานทุกวัน เช่น รับสายลูกค้า ประชุมออนไลน์ ตอบแชต ส่งไฟล์ หรือจัดการงานผ่านแอปต่าง ๆ การมีช่องทางซ่อมในประเทศที่ชัดเจนช่วยลดความกังวลได้มาก
- คนที่ไม่อยากเสี่ยงเรื่องประกัน เครื่องศูนย์ไทยมักตรวจสอบข้อมูลประกันได้ง่ายกว่า เช่น ระยะเวลาประกัน เอกสารที่ต้องใช้ และศูนย์บริการที่รองรับ
- คนที่อยากได้บริการหลังการขายที่สะดวก หากเกิดปัญหา สามารถติดต่อศูนย์บริการในไทยหรือร้านที่ซื้อได้ง่ายกว่า ไม่ต้องประสานงานกับร้านนำเข้าหรือรอส่งซ่อมต่างประเทศ
- คนที่ซื้อเครื่องให้คนในครอบครัว ถ้าซื้อให้พ่อแม่ คนในบ้าน หรือคนที่ไม่ถนัดเรื่องเทคโนโลยี เครื่องศูนย์ไทยอาจดูแลง่ายกว่าในระยะยาว
อย่างไรก็ตาม เครื่องศูนย์ไทยก็ยังต้องอ่านเงื่อนไขประกันให้ละเอียด โดยเฉพาะเรื่องหน้าจอ เพราะต่อให้ซื้อจากช่องทางทางการ ความเสียหายจากอุบัติเหตุอาจไม่ได้อยู่ในประกันปกติ
เครื่องหิ้วหรือเครื่องนอก เหมาะกับใคร?
เครื่องหิ้วหรือเครื่องนอกเหมาะกับคนที่เข้าใจเงื่อนไขการซื้อเครื่องนำเข้า และรับความเสี่ยงด้านบริการหลังการขายได้ กลุ่มที่เหมาะกับเครื่องนอก เช่น
- คนที่อยากได้รุ่น สี หรือความจุที่ไทยไม่มี บางรุ่นอาจเปิดขายในต่างประเทศก่อน หรือมีสีและความจุที่ไม่ได้นำเข้ามาขายในไทย
- คนที่อยากได้เครื่องเร็วกว่า สาย Gadget ที่อยากลองรุ่นใหม่ก่อนใคร อาจเลือกเครื่องนอกเพราะได้ของเร็วกว่าในบางช่วง
- คนที่เช็กร้านเป็นและมีร้านที่ไว้ใจ ถ้ารู้จักร้านที่มีประวัติดี มีเงื่อนไขชัดเจน และมีบริการหลังการขายที่พอเชื่อถือได้ เครื่องนอกก็อาจเป็นตัวเลือกที่น่าสนใจ
- คนที่รับเงื่อนไขประกันร้านได้ บางเครื่องอาจไม่ได้เป็นประกันศูนย์ไทย แต่เป็นประกันร้านแทน ผู้ซื้อควรเข้าใจให้ชัดว่าร้านรับผิดชอบอะไรบ้าง
สิ่งที่ต้องเช็กเป็นพิเศษคือ หากหน้าจอมีปัญหา ร้านจะจัดการด้วยวิธีไหนได้บ้าง ซ่อมที่ไหน ใช้อะไหล่แบบไหน ต้องรอกี่วัน และมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือไม่ จริง ๆ แล้วเครื่องนอกไม่ได้แปลว่าไม่น่าซื้อ แต่ต้องซื้อแบบรู้รายละเอียด ไม่ใช่ตัดสินใจจากราคาที่ถูกกว่าเพียงอย่างเดียว

เช็กลิสต์ก่อนซื้อ! 7 คำถามที่ควรถามเรื่องประกันหน้าจอ
ก่อนซื้อเครื่องใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องศูนย์ไทย เครื่องหิ้ว หรือเครื่องนอก ควรถามคำถามเหล่านี้ให้ครบ
1. เครื่องนี้เป็นเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องนำเข้าจากประเทศไหน?
เพื่อให้รู้ว่าประกันและบริการหลังการขายอยู่ภายใต้เงื่อนไขของประเทศใด เพราะเครื่องแต่ละประเทศอาจมีข้อกำหนดเรื่องการเคลมและการซ่อมที่แตกต่างกัน เช่น บางรุ่นอาจรองรับการซ่อมในไทยได้ แต่บางรุ่นอาจต้องส่งกลับประเทศต้นทาง ซึ่งส่งผลต่อทั้งเวลาและค่าใช้จ่าย
2. ประกันเป็นประกันศูนย์ไทย ประกันศูนย์ต่างประเทศ หรือประกันร้าน?
คำว่า “มีประกัน” ต้องแยกให้ชัด เพราะแต่ละแบบให้ความคุ้มครองไม่เท่ากัน ประกันศูนย์ไทยมักติดต่อและเคลมได้สะดวกกว่า ส่วนประกันร้านอาจมีเงื่อนไขเฉพาะ เช่น ต้องส่งผ่านร้านเท่านั้น หรือมีข้อจำกัดบางอย่าง ดังนั้นควรถามให้ชัดว่าเคลมผ่านช่องทางไหน และใช้เวลานานแค่ไหน
3. ประกันเริ่มนับจากวันไหน?
บางกรณีอาจนับจากวันที่ซื้อ บางกรณีอาจนับจากวันที่เปิดใช้งาน หรือวันที่ลงทะเบียน ซึ่งมีผลต่อระยะเวลาคุ้มครองจริง เช่น ถ้าเครื่องถูกเปิดใช้งานมาก่อนแล้ว ระยะเวลาประกันอาจเหลือน้อยกว่าที่คิด จึงควรตรวจสอบให้แน่ใจเพื่อไม่ให้เสียสิทธิ์โดยไม่รู้ตัว
4. ประกันหน้าจอครอบคลุมอะไรบ้าง?
ต้องรู้ว่า ครอบคลุมเฉพาะอาการผิดปกติจากตัวเครื่อง เช่น จอมีเส้น สีเพี้ยน หรือสัมผัสไม่ติด หรือรวมความเสียหายจากอุบัติเหตุด้วยหรือไม่ เพราะความเสียหายจากการใช้งานจริง เช่น การตกหรือกระแทก มักเป็นกรณีที่เกิดขึ้นบ่อยที่สุด
5. จอแตกหรือจอร้าวจากการตก เคลมได้ไหม?
นี่คือคำถามสำคัญ เพราะหลายครั้งความเสียหายจากอุบัติเหตุอาจไม่อยู่ในประกันปกติ หากไม่ถามให้ชัด อาจต้องรับค่าใช้จ่ายเองทั้งหมด ซึ่งค่าซ่อมหน้าจอในบางรุ่นอาจสูงมากจนใกล้เคียงกับการซื้อเครื่องใหม่
6. หากต้องซ่อมหน้าจอ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มไหม?
ควรถามทั้งค่าอะไหล่ ค่าแรง ค่าบริการส่วนแรก และเงื่อนไขอื่น ๆ เช่น ต้องจ่ายเต็มจำนวนก่อนหรือไม่ หรือมีส่วนลดจากประกันหรือแพ็กเกจเสริมแค่ไหน เพื่อให้ประเมินค่าใช้จ่ายล่วงหน้าได้ ไม่ต้องเจอค่าใช้จ่ายที่ไม่คาดคิดภายหลัง
7. ถ้าเป็นเครื่องนอก ต้องซ่อมในไทยหรือส่งกลับประเทศต้นทาง?
ประเด็นนี้สำคัญมาก เพราะเกี่ยวข้องกับระยะเวลารอซ่อมและความสะดวกหลังการซื้อ หากต้องส่งกลับต่างประเทศ อาจใช้เวลาหลายสัปดาห์หรือเป็นเดือน และอาจมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติม เช่น ค่าขนส่งหรือค่าดำเนินการ
เช็กลิสต์นี้ช่วยให้เห็นภาพชัดขึ้นว่าเครื่องที่กำลังจะซื้อคุ้มจริงหรือเปล่า ไม่ใช่แค่ราคาดีในวันแรก แต่ต้องดูแลต่อได้จริงในวันที่เกิดปัญหาด้วย และช่วยให้คุณตัดสินใจได้อย่างมั่นใจมากขึ้นก่อนเลือกซื้อเครื่องใหม่
ประกันช่วยรับมือหลังเกิดปัญหา แต่การปกป้องช่วยลดความเสี่ยงตั้งแต่แรก
ประกันเป็นเรื่องสำคัญ แต่ประกันจะเริ่มมีบทบาทหลังจากเกิดปัญหาแล้ว ส่วนการปกป้องเครื่องคือการลดความเสี่ยงตั้งแต่ก่อนเกิดเหตุ มือถือส่วนใหญ่ไม่ได้ตกตอนเราตั้งใจระวัง แต่มักเกิดในจังหวะที่ไม่ทันคิด เช่น
- หยิบออกจากกระเป๋าตอนรีบ
- รับสายขณะถือของหลายอย่าง
- วางไว้บนโต๊ะแล้วโดนสายชาร์จเกี่ยว
- หล่นจากตักตอนลงจากรถ
- ใส่กระเป๋ารวมกับกุญแจหรือของแข็ง
- วางเครื่องคว่ำบนโต๊ะจนกล้องเสี่ยงเป็นรอย
อุบัติเหตุเหล่านี้เกิดขึ้นได้กับทุกคน ไม่ว่าจะซื้อเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องนอก และไม่ว่าเครื่องจะมีราคาเท่าไร ดังนั้น หลังซื้อเครื่องใหม่ สิ่งที่ควรทำทันทีคือการปกป้องจุดเสี่ยงหลัก ได้แก่ หน้าจอ กล้อง ขอบ มุม และตัวเครื่อง เพราะถ้าป้องกันตั้งแต่วันแรก ก็ช่วยลดโอกาสเกิดรอยและแรงกระแทกจากการใช้งานประจำวันได้มากขึ้น

HI-SHIELD ตัวช่วยเสริมความมั่นใจ ไม่ว่าจะเครื่องไทยหรือเครื่องนอก
ไม่ว่าจะซื้อเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องหิ้ว สิ่งหนึ่งที่ควรทำตั้งแต่วันแรกคือ “ปกป้องเครื่องให้ครบจุดเสี่ยง” HI-SHIELD มีอุปกรณ์ป้องกันที่ช่วยดูแลสมาร์ตโฟนในชีวิตประจำวัน ทั้งฟิล์มกระจกกันรอย เลนส์กล้อง และเคส โดยเน้นการใช้งานจริง คุมทั้งเรื่องความปลอดภัย ความสวยงาม และความมั่นใจในการพกพา
ฟิล์มกระจกกันรอยจาก HI-SHIELD
ช่วยปกป้องหน้าจอจากรอยขีดข่วนและแรงกระแทกในชีวิตประจำวัน เหมาะกับคนที่ใช้มือถือหนัก พกเครื่องติดตัวตลอดวัน หรือเพิ่งซื้อเครื่องใหม่แล้วอยากรักษาหน้าจอให้ดูดีนานขึ้น
จุดเด่นสำคัญของ HI-SHIELD ได้แก่ วัสดุและเทคโนโลยีระดับพรีเมียม โดยเลือกใช้กระจกจากแบรนด์ชั้นนำ เช่น Asahi จากญี่ปุ่น หรือ Corning Gorilla Glass จากสหรัฐอเมริกา ให้ความแข็งแรงและความใสในระดับสูง ขอบกระจกผ่านกระบวนการ Hydrofluoric ทำให้มีความโค้งมน ไม่เปราะหรือแตกง่าย ช่วยรองรับแรงกระแทกได้ดีกว่ากระจกทั่วไปถึง 5 เท่า พร้อมเคลือบสาร Oleophobic ช่วยให้ทัชสกรีนลื่น ไม่ฝืดมือ ลดรอยนิ้วมือและคราบมัน ทำความสะอาดง่าย และยังมีความแข็งแกร่งระดับ 9H ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนจากกุญแจหรือของมีคมในกระเป๋าได้อย่างมั่นใจ ตัวอย่างรุ่นยอดนิยม เช่น 3D Triple Strong Max, 3D 5X Strong Corning Glass, 2.5D Super Strong, 2.5D Privacy Super Strong
กระจกกันรอยเลนส์กล้องจาก HI-SHIELD
ช่วยลดความเสี่ยงที่เลนส์กล้องจะเกิดรอยจากการวางเครื่องบนพื้นผิวต่าง ๆ หรือการเสียดสีกับของในกระเป๋า เหมาะกับคนที่ใช้กล้องมือถือบ่อย ถ่ายคอนเทนต์ ถ่ายงาน หรือถ่ายรูปในทุกวัน
จุดเด่นของเลนส์กล้อง HI-SHIELD คือการออกแบบให้คงคุณภาพภาพถ่าย ไม่ลดความคมชัดหรือสีสัน โดยเฉพาะรุ่น HI-SHIELD Sapphire Lens ที่ผลิตจากแซฟไฟร์แท้ ได้รับการรับรองมาตรฐานระดับโลกอย่าง GIA มีความแข็งแกร่งระดับ 9 บนสเกลของโมห์ส (Mohs Scale) ช่วยป้องกันรอยขีดข่วนได้ดีกว่ากระจกทั่วไป พร้อมติดตั้งแนบสนิทกับตัวเลนส์
เคสกันกระแทกจาก HI-SHIELD
ช่วยปกป้องขอบเครื่องและฝาหลังจากรอยกระแทก รอยขีดข่วน และการใช้งานประจำวัน พร้อมเสริมลุคให้เครื่องดูเข้ากับสไตล์ของผู้ใช้มากขึ้น
จุดเด่นของเคส HI-SHIELD คือการออกแบบให้กระชับพอดีตัวเครื่อง จับถนัดมือ ไม่ลื่นหลุดง่าย พร้อมวัสดุคุณภาพที่ช่วยดูดซับแรงกระแทก และมีดีไซน์หลากหลายให้เลือกตามสไตล์ ตัวอย่างรุ่นยอดนิยม เช่น HI-SHIELD MagSafe Shockproof Case เคสใสกันกระแทก รองรับการตกได้สูงถึง 3 เมตร ผลิตจากวัสดุ Bayer TPU ช่วยลดปัญหาสีเหลือง พร้อมรองรับ MagSafe ใช้งานสะดวก HI-SHIELD Magnetic Leather Case เคสหนังกันกระแทก ดีไซน์เรียบหรู สัมผัสพรีเมียม ด้านในบุผ้ากำมะหยี่ ช่วยปกป้องตัวเครื่องอย่างอ่อนโยน
จุดสำคัญคือ อุปกรณ์ป้องกันเหล่านี้ไม่ได้มาแทนประกัน แต่ช่วยลดความเสี่ยงก่อนเกิดเหตุ เพราะต่อให้ประกันดีแค่ไหน การป้องกันก่อนจอแตกหรือเลนส์เป็นรอย ก็ยังง่ายกว่าและสบายใจกว่าเสมอ
ซื้อเครื่องให้ชัวร์ ต้องเช็กประกันให้ครบ ใช้เครื่องให้มั่นใจ ต้องปกป้องให้พร้อม
การเลือกซื้อเครื่องศูนย์ไทยหรือเครื่องหิ้ว/เครื่องนอกไม่มีคำตอบตายตัว เพราะแต่ละแบบมีข้อดีต่างกัน เครื่องศูนย์ไทยเหมาะกับคนที่ต้องการความชัดเจนเรื่องประกันและบริการหลังการขายในประเทศ ส่วน เครื่องนอกเหมาะกับคนที่อยากได้ราคาที่คุ้มกว่า รุ่นหรือสีที่ไทยไม่มี หรือได้เครื่องเร็วกว่า แต่ต้องยอมรับว่า เงื่อนไขประกันและการซ่อมอาจซับซ้อนกว่า ดังนั้นสิ่งสำคัญที่ไม่ควรมองข้ามคือ ประกันหน้าจอ ควรถามให้ชัดว่า ครอบคลุมอะไรบ้าง จอแตกเคลมได้หรือไม่ มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมหรือเปล่า และหากเป็นเครื่องนอกจะต้องซ่อมที่ไหน
หลังจากซื้อเครื่องมาแล้ว การปกป้องตั้งแต่วันแรกก็สำคัญไม่แพ้กัน เพราะความเสี่ยงจากการตก กระแทก หรือเป็นรอยสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ฟิล์มกระจก เลนส์กล้อง และเคสจาก HI-SHIELD จึงเป็นตัวช่วยที่ทำให้ใช้งานมือถือได้มั่นใจขึ้น ช่วยลดโอกาสเกิดความเสียหายและดูแลจุดสำคัญของเครื่อง ทั้งหน้าจอ กล้อง และตัวเครื่อง ทำให้ไม่ว่าจะเลือกเครื่องแบบไหน ก็สามารถใช้งานได้อย่างสบายใจในทุกวัน

